หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

สถานการณ์กาแฟภาคเหนือ กับกระแสนิยมดื่มในคนรุ่นใหม่

Author by 17/05/15No Comments »

003 copy         จากกระแสนิยมดื่มกาแฟของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน โดยเห็นได้จากจำนวนร้านกาแฟ ทั้งประเภทเลิศหรูมีระดับ ชูยี่ห้อไว้สูงลิ่วบนยอดตึก จนถึงร้านกาแฟระดับกลาง แต่ตกแต่งร้านสร้างตำนานให้น่าสนใจ จนถึงกาแฟริมถนนรนแคม รวมทั้งร้านตู้กาแฟ และรถเครื่องที่ขายกาแฟ รวม ๆ แล้วเฉพาะในจังหวัดเชียงใหม่น่าจะมีมากกว่า 1,500 ราย

ธุรกิจร้านกาแฟที่มีทั้งแฟรนไซส์ และตั้งชื่อเองขายดิบขายดีมาตลอด 10 กว่าปีนี้ นายปรารภ ประภาลักษณ์ อดีตสื่อมวลชน(ทีวีช่อง 11 เชียงใหม่) ปัจจุบันเกษียณงานข่าวไปเป็นซีอีโอ.ผู้ผลิตเมล็ดกาแฟภายใต้ชื่อ Inthanon Coffee ตั้งอยู่ระหว่าง กม.27-28 ถนนเชียงใหม่-ฮอด อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า 15 ปีก่อนนั้นความนิยมบริโภคกาแฟเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว ทำให้ธุรกิจร้านกาแฟเกิดขึ้นมากมาย ระยะหลังแม้จะซบเซาลงบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับตกต่ำเสียทีเดียว จะเห็นได้จากย่านถนนนิมมานเหมินท์ มีร้านกาแฟเปิดขึ้นประมาณ 100 ราย ทั้งรายใหญ่รายกลางและเล็ก

ปรารภ ประภาลักษณ์1 การผลิตกาแฟให้มีรสชาติดี ขึ้นอยู่กับแหล่งปลูก และการใส่ใจของเกษตรกร ซึ่งทั้งหมดอยู่บนดอยสูง และต่อมาด้วยเทคนิคการคั่วกาแฟ อย่างของ Inthanon Coffee ที่รักษาชื่อเสียง ความศรัทธาจึงเป็นที่ยอมรับของร้านค้า และผู้บริโภค โดยใช้เวลาถึง 15 ปีจากเครื่องมือทำเองขนาด 5 ลิตรในปี 2001 มาเป็นเครื่องศูนย์วิจัยฯ 10 ลิตรในปี 2005 และวันนี้เป็นเครื่องขนาด 15 ลิตร ผลิตกาแฟส่งลูกค้าได้ปีละ 20-30 ตัน

แต่จากแนวโน้มการผลิตกาแฟไทยลดลง โดยเฉพาะกาแฟพันธุ์โรบัสต้าที่ปลูกในภาคใต้ลดจากเดิมผลผลิตปีละเกือบ 3 หมื่นตันปัจจุบันเหลือ 2 หมื่นกว่าตัน เนื่องจากเกษตรกรหันไปปลูกพืชเศรษฐกิจอื่น ส่วนกาแฟพันธุ์อราบิก้า ที่ปลูกมากในภาคเหนือ ทั้งเชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน และเชียงราย ก็ยังคงยืนหยัดอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน มีพื้นที่ปลูกกว่า 6 หมื่นไร่ได้ผลผลิตประมาณ 9 พันกว่าตัน ซึ่งรวมกันแล้วกาแฟไทยที่ปลูกได้ยังไม่เพียงพอต่อการบริโภค ต้องนำเข้าจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และลาว ซึ่งสองประเทศแรกนั้น ถือเป็นแหล่งผลิตกาแฟอันดับต้น ๆ ของโลก และเร็วๆ นี้ ลาวก็อาจจะมีผลผลิตมากกว่าไทย ซึ่งในปี 2558 จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนด้วยกันแล้ว การนำเข้ากาแฟดิบน่าจะเพิ่มขึ้น ส่วนกาแฟสำเร็จรูปก็ยังจะแข่งขันกันสูงมากด้วย

00 copy     นายปรารภ ประภาลักษณ์ กล่าวว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้มีการประชุมสมาคมกาแฟอราบิก้าภาคเหนือ ศ.เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ ในฐานะนายกสมาคมฯ ได้กล่าวว่า ผู้ปลูกกาแฟอราบิก้าในภาคเหนือ ต้องเร่งพัฒนาคุณภาพ และเพิ่มผลผลิตต่อไร่ให้สูงขึ้น เพื่อจะลดต้นทุนการผลิต และรองรับการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนได้ ทั้งนี้ในพื้นที่ภาคเหนือปี 2557 ปลูกกาแฟรวม 53,127 ไร่ ผลผลิตราว 9 พันตัน ขณะที่ความต้องการบริโภคกาแฟมีเพิ่มมากขึ้น ทั้งผลิตภัณฑ์กาแฟคั่วบดและ ธุรกิจกาแฟชงสดที่กำลังเติบโตอย่างมาก

ศ.เกียรติคุณ ดร.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ กล่าวว่า ผลผลิตกาแฟอราบิก้าที่ได้ทั้งหมด แบ่งเป็นการบริโภคภายในประเทศราว 50% และส่งออกราว 50% ผลผลิตที่ได้จึงไม่เพียงพอต่อความต้องการใช้ในประเทศ ขณะที่การขยายพื้นที่เพาะปลูกทำได้ค่อนข้างยาก เพราะส่วนใหญ่ปลูกบนพื้นที่สูง พื้นที่มีความหนาวเย็นและลาดชันสูง มีข้อจำกัดเรื่องการขยายพื้นที่ ดังนั้น จึงต้องเร่งพัฒนาปรับปรุงพันธุ์ให้เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุนให้ต่ำลงหรือพัฒนาการผลิตให้ได้มาตรฐานการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดี (Good Agricultural Practice : GAP) หรือพัฒนากาแฟอราบิก้าให้เป็นกาแฟอินทรีย์หรือออร์แกนิก เพื่อจะสามารถแข่งขันกับกาแฟจากประเทศเพื่อนบ้านทะลักเข้ามา ยิ่งมาในรูปของภาษีต่ำหรือไม่ต้องเสียภาษี ผลกระทบจะเกิดกับผู้ปลูกกาแฟบ้านเราแน่

นายปรารภ ประภาลักษณ์ พูดถึงสถานการณ์กาแฟว่า จากรายงานของประชาชาติธุรกิจออนไลน์ ไม่กี่วันมานี้ พบว่า คนไทยนิยมดื่มกาแฟกันมากขึ้น แต่ข้อมูลจากสถาบันวิจัยพืชสวนแห่งประเทศไทย กลับพบว่าปริมาณผลผลิตกาแฟไทยลดลงอย่างต่อเนื่องในช่วง 13 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยเคยผลิตกาแฟได้ประมาณ 1 แสนตัน/ปี แต่ปีนี้ผลผลิตเหลือเพียง 29,000 ตันเท่านั้น จึงน่าติดตามว่าอะไรจะเกิดขึ้นกับวงการกาแฟในปีหน้าและต่อไป

004 copy    อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงธุรกิจกาแฟกับความนิยมของคนรุ่นใหม่ เจ้าของ Inthanon Coffee กล่าวว่า ขณะนี้ต้องแข่งขันกันทั้งรสชาติกาแฟ ฝีมือ และอุปกรณ์ที่ทันสมัย ตนเคยไปร่วมทดสอบการประกวดรสชาติกาแฟ พบว่าคณะกรรมการที่เชิญมาทดสอบลงคะแนนให้กาแฟที่มีรสชาติดีและหอม เมื่อลองซ้ำอีกก็เป็นเช่นเดิม แสดงถึงความเป็นคอกาแฟแท้จริง

สำหรับเครื่องชงกาแฟตอนนี้มีแบบ Cold Brew Coffee ของสหรัฐ ออกแบบในเชิงพานิชย์ ในชื่อว่า..Pure Coffeeไบรอัน Runyan, ไทเลอร์, เท็กซัสที่ใช้นักออกแบบ และเจ้าของกาแฟเพียวสหรัฐอเมริกาที่เปิดตัวระบบน้ำหยดทาวเวอร์ดริปเย็น กำลังได้รับความสนใจ เช่นเดียวกับเครื่องชงแบบดริปเย็น หมักเย็น และกลั่นเย็นของญี่ปุ่น ซึ่งเหมาะกับสภาพอากาศที่ร้อนในบ้านเรา คนหันมาดื่มกาแฟเย็นมากกว่าร้อน และเติมรสได้มากมายสุดแต่ใครจะคิดสูตรไหน ล่าสุดยังพบตลาดโลกผลิตกาแฟโซดาน้ำเชื่อม(บราซิล) ซึ่งอาจจะกลายเป็นที่ชื่นชอบของคนรุ่นใหม่ในไม่ช้าก็ได้.

บุณย์ มหาฤทธิ์ /รายงาน