หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

เก้าวันกินเจปีนี้ อิ่มบุญ …. สุขภาพดี

Author by 7/10/16No Comments »

เทศกาลกินเจ (1) copy         เทศกาลกินเจในปีนี้ก็ตรงกับวันที่ 1 – 9 ตุลาคม 2559  ซึ่งในช่วงดังกล่าวจะเห็นธงสีเหลืองอร่ามอันเป็นสัญลักษณ์เต็มไปหมดตามตลาดสด ร้านอาหาร รวมไปถึงรถเข็นต่าง ๆ คำว่า “เจ” หมายถึง การรักษาความบริสุทธิ์ (ทั้งกายและใจ) เพื่อการสักการะหรือการปฏิบัติบูชาถวายเทพยดา  โดยในระหว่างรับประทานเจนอกจากงดการบริโภคเนื้อสัตว์ หรือผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวกับสัตว์ทั้งหมด รวมถึงผักกลิ่นฉุนบางอย่างที่ถือเป็นข้อห้ามแล้ว ต้องรักษาศีลปฏิบัติ สำรวมกาย วาจา ใจไปพร้อม ๆ กันด้วย  ก่อนเข้าช่วงเทศกาลกินเจควรเตรียมตัวให้บริสุทธิ์ เริ่มจากล้างท้อง การล้างท้องก่อนกินเจ เป็นความเชื่อว่าเรากินเนื้อสัตว์มานาน มีสะสมหลงเหลืออยู่ในร่างกาย ก่อนเข้าเทศกาลเจ ก็ต้องกินแต่พืชผักเข้าไปก่อนล่วงหน้าวันที่จะเข้าเทศกาลจริง เพื่อให้พืชผักที่กินเข้าไปนั้น ไปทำความสะอาดลำใส้ และขับถ่ายเหล่าเนื้อสัตว์ที่ยังตกค้างอยู่ออกมาให้หมดในวันที่จะเริ่มกินเจ ดังนั้นจึงเรียกว่าเป็นการล้างท้อง เตรียมร่างกายให้สะอาดบริสุทธิ์ก่อนเข้าช่วงถือศีลกินเจ

เทศกาลกินเจ หรือบางแห่งเรียกว่า ประเพณีถือศีลกินผัก เป็นประเพณีกำหนดเอาวันตามจันทรคติ คือ เริ่มต้นตั้งแต่วันขึ้น 1 ค่ำ ถึง ขึ้น 9 ค่ำ เดือน 9 ตามปฏิทินจีนของทุกปี รวม 9 วัน 9 คืน

การกินเจกับการกินมังสวิรัตินั้น เหมือนกันตรงที่ห้ามรับประทานเนื้อสัตว์หรือผลิตภัณฑ์จากสัตว์ทุกชนิดต่างกันตรงที่ การกินเจ จะเคร่งครัดกว่า เพราะจะห้ามทานเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน 5 ประเภท คือ ผักชี กระเทียม หัวหอม (รวมทั้งหอมแดง หอมขาว หอมใหญ่ ต้นหอม) หลักเกียว กุยช่าย และใบยาสูบ เป็นเหตุให้อวัยวะหลักสำคัญ ภายในทั้ง 5 ทำงานไม่ปกติ ซึ่งผู้ที่กินเจมีความเชื่อว่า กระเทียม รวมไปถึง หัวกระเทียม ต้นกระเทียมจะไปทำลายการทำงานของหัวใจและกระทบกระเทือน ต่อธาตุไฟในกาย ถึงแม้ว่ากระเทียมจะมีสารที่สามารถละลายไขมันในเส้นเลือด (คอเลสเตอรอล) ได้ แต่กระเทียมก็มีความระคายเคืองสูง ผู้ที่เป็นโรคกระเพาะหรือกระเพาะอาหารเป็นแผลและโรคตับ จึงไม่ควรรับประทานมาก สำหรับ หัวหอม รวมไปถึงต้นหอม ใบหอม หอมแดง หอมขาว หอมหัวใหญ่ ตามหลักเวชศาสตร์และเภสัชศาสตร์โบราณของจีนถือว่า หัวหอมจะไปทำลายการทำงานของไต และกระทบกระเทือนต่อธาตุน้ำในกาย ถึงแม้ว่าหอมแดงจะช่วยขับพยาธิ ขับลม แก้ท้องอืดแน่น ปวดประจำเดือนและอาการบวมน้ำได้ แต่การบริโภคเป็นประจำหรือมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการหลงลืมง่าย ประสาทเสีย มีกลิ่นตัว ฟันเสีย เลือดน้อยและนัยน์ตาฝ้ามัว มาที่ หลักเกียว คือ กระเทียมโทนจีน ลักษณะคล้ายหัวกระเทียม แต่มีขนาดเล็กและยาวกว่า ในประเทศ ไทยไม่พบว่ามีการปลูกแพร่หลาย  ซึ่งหลักเกียวจะไปทำลายการ ทำงานของม้าม กระเทือนต่อธาตุดินในกาย ส่วน กุยช่าย ทำลายการทำงานของตับ และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุไม้ ในกาย สุดท้าย ใบยาสูบ ซึ่งหมายถึง บุหรี่ ยาเส้น นั้น เป็นของเสพติดมึนเมา โดยใบยาสูบจะไปทำลายการทำงานของปอด และกระทบกระเทือนต่อ ธาตุโลหะ ในกาย

การกินเจยังต้องเว้นของเสพติดทุกชนิด รวมไปถึงไข่และนมวัว และที่สำคัญสุดยังต้องประพฤติศีลร่วมด้วย จึงจะเป็นการถือศีลกินเจที่แท้จริง  ส่วนมังสวิรัตินั้น ไม่มีข้อห้ามในเรื่องเครื่องเทศที่มีกลิ่นฉุน ส่วนไข่และนมนั้น แล้วแต่ประเภทของมังสวิรัติ ดังนี้ หากเป็น Veganism หรือกลุ่มวีแกน เป็นกลุ่มที่เคร่งครัดมากกลุ่มนี้จะไม่กินเนื้อสัตว์รวมถึงผลิตผลจากสัตว์ เช่น นม ไข่ น้ำผึ้ง และยังไม่ใช้ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เช่น กระเป๋าหนัง อีกด้วย  กลุ่ม Lacto- Vegetarianism  (กลุ่มแลคโต) กลุ่มนี้ไม่กินเนื้อสัตว์และไข่ แต่ดื่มนมได้ กลุ่ม Ovo- Vegetarianism  (กลุ่มโอโว) กลุ่มนี้ไม่กินเนื้อสัตว์และนม แต่กินไข่ได้  กลุ่ม Semi- Vegetarianism  กลุ่มนี้กินเนื้อสัตว์ เฉพาะอาหารทะเลและสัตว์ปีก ในปริมาณที่จำกัด  และ กลุ่ม Flexitarianism  กลุ่มนี้กินมังสวิรัติเป็นหลัก แต่ไม่เคร่งมากนัก ยังกินเนื้อสัตว์อยู่บ้างตามแต่สถานการณ์

ผู้ที่กินเจอาจจะมีจุดเริ่มต้นที่แตกต่างกันไป แต่จุดประสงค์หลักสามารถแบ่งได้ดังนี้ กินเพื่อสุขภาพ อาหารเจเป็นอาหารประเภทชีวจิต เมื่อกินติดต่อกันไปช่วงเวลาหนึ่งจะทำให้ร่างกายเกิดการปรับตัวให้อยู่ในสภาวะสมดุล สามารถขับพิษของเสียต่างๆ ออกจากร่างกายได้ ปรับระบบไหลเวียนโลหิต ระบบทางเดินอาหารให้มีเสถียรภาพ   กินด้วยจิตเมตตา เนื่องจากอาหารที่เรากินอยู่ในชีวิตประจำวัน ประกอบด้วยเลือดเนื้อของสรรพสัตว์ ผู้มีจิตเมตตา มีคุณธรรมและมีจิตสำนึกอันดีงามย่อมไม่อาจกินเลือดเนื้อของสัตว์เหล่านั้นซึ่งมีเลือดเนื้อ จิตใจและที่สำคัญมีความรักตัวกลัวตายเช่นเดียวกับคนเรา กินเพื่อเว้นกรรม ผู้ที่เข้าใจอย่างลึกซึ้งย่อมตระหนักว่าการกินซึ่งอาศัยการฆ่าเพื่อเอาเลือดเนื้อผู้อื่นมาเป็นของเราเป็นการสร้างกรรม แม้ว่าจะไม่ได้เป็นผู้ลงมือฆ่าเองก็ตาม การซื้อจากผู้อื่นก็เหมือนกับการจ้างฆ่าเพราะถ้าไม่มีคนกินก็ไม่มีคนฆ่ามาขาย กรรมที่สร้างนี้จะติดตามสนองเราในไม่ช้าทำให้สุขภาพร่างกายอายุขัยของเราสั้นลงเป็นบ่อเกิดของโรคภัยไข้เจ็บ เมื่อผู้หยั่งรู้เรื่องกฎแห่งกรรมนี้จึงหยุดกินหยุดฆ่าหันมารับประทานอาหารเจ ซึ่งทำให้ร่างกายเติบโตได้เหมือนกัน โดยไม่เห็นแก่ความอร่อยช่วงเวลาสั้นๆ เพียงแค่อาหารผ่านลิ้นเท่านั้น

คำถามที่ว่ากินเจอย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ ควรปฏิบัติอย่างไร วิธีที่ถูกต้องทำได้ดังนี้ ในช่วงกินเจเราจะมีโอกาสได้กินผักผลไม้เพิ่มมากขึ้น ควรต้องระวังสารตกค้างจากยาฆ่าแมลงในบรรดาผักและผลไม้ให้มากขึ้นด้วย โดยควรเลือกซื้อผักและผลไม้จากแหล่งจำหน่ายที่ได้มาตรฐาน หรือควรต้องมีป้ายรับรองความสะอาด ถูกสุขอนามัยจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และก่อนนำผักผลไม้มารับประทาน ควรล้างด้วยน้ำไหล 2 นาที หรือแช่ด้วยเกลือ 2 ช้อนโต๊ะต่อน้ำ 4 ลิตร หากมีน้ำส้มสายชูก็สามารถนำมาใช้ล้างผักได้เช่นกัน อัตราส่วนครึ่งถ้วยต่อน้ำ 4 ลิตร แช่ไว้ประมาณ 15 นาที จากนั้นน้ำมาล้างน้ำสะอาดอีก 2 ครั้ง

ข้อคำนึงต่อมาควรลดอาหารเค็มจัดและหวานจัด เครื่องปรุงอาหารเจหลัก ๆ จะเป็นซอส ซีอิ๊ว น้ำตาล ซึ่งหากคุณเป็นคนที่ชอบกินอาหารรสจัดก็อาจเผลอปรุงรสอาหารเจด้วยเครื่องปรุงเหล่านี้มากเกินปกติ ซึ่งก็อาจทำให้เสี่ยงต่อโรคไต และเบาหวานได้  นอกจากนี้ควรเลือกบริโภคแป้งให้น้อย  อย่าลืมว่าอาหารเจส่วนใหญ่อุดมไปด้วยแป้ง ดังนั้นหากเป็นไปได้พยายามเน้นรับประทานผัก เต้าหู้ ด้วยการปรุงสุกแบบต้มและนึ่งเพื่อสุขภาพที่ดีและรูปร่างที่ไม่อ้วน  ที่สำคัญควรเพิ่มจำพวกโปรตีนให้มาก แม้ช่วงเจเราจะงดทานเนื้อสัตว์ แต่ยังมีโปรตีนจากพวกถั่ว เต้าหู้ ฟองเต้าหู้ และโปรตีนเกษตรเป็นตัวเลือกเพื่อสุขภาพอีกทางหนึ่ง ดังนั้นหากไม่อยากให้ร่างกายขาดสารอาหารประเภทโปรตีน

กินเจเพื่อสุขภาพทานอย่างไรไม่ให้อ้วน นับว่าเป็นเรื่องใหญ่ เรื่องกังวลของคนที่กำลังลดน้ำหนัก หรือ อยู่ในช่วงควบคุมน้ำหนัก ที่มีกับเทศกาลถือศีลกินผักนี้คือ กลัวว่าการทานเจ ที่มีแต่อาหารที่มีแป้งเป็นหลัก จะทำให้น้ำหนักจะขึ้น หรืออาหารเจจะทำให้อ้วน ซึ่งความจริงตามหลักการแล้ว อาหารทุกอย่างไม่ได้ทำให้อ้วน ขึ้นอยู่กับว่าเราทานมันมากเกินความพอดีหรือไม่ต่างหาก  ถึงแม้ว่าอาหารเจจะมีแป้งเป็นส่วนประกอบหลัก แต่หากเราเลือกและกะปริมาณอย่างพอดี ไม่มากไม่น้อยจนเกินไป และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ก็ไม่ต้องกังวลว่าการถือศีลกินผักจะทำให้โปรแกรมการลดน้ำหนักของเราล้มเหลว เทคนิคของการเลือกอาหารเจให้ได้พลังงานที่เหมาะสมคือ พยายามหลีกเลี่ยงอาหารทอดทุกชนิด ทั้ง เผือกทอด เต้าหู้ทอด เปาะเปี๊ยะ ขนมอบ เบเกอรี่ต่างๆ อาหารแปรรูป ที่ทำรูปแบบคล้ายอาหารปรกติ เช่น หมู ไก่ เจ อาหารที่ปรุงรสจัด หวาน มัน เค็มจัดๆ หรืออาหารที่ผัดน้ำมันและอาหารที่ใส่กระทิมากๆ เลือกอาหารที่มีผักเป็นส่วนประกอบหลัก โดยปรุงด้วยวิธีการ ต้ม นึ่ง เผา หรือย่าง หากคุณจำเป็นต้องพึ่งพาร้านอาหารสำเร็จรูปเป็นหลัก ให้ใส่ใจเลือกเมนูที่มันน้อยหน่อย หรือลดการทานน้ำที่มากับเมนูจานผัด และ แกงต่างๆ เพราะน้ำเหล่านั้นจะมีไขมัน น้ำตาลและเครื่องปรุงรสผสมอยู่   จำกัดปริมาณข้าวแป้งให้พอเหมาะ ตามสัดส่วนของพลังงาน และ ปริมาณคาร์โบไฮเดรตที่ร่างกายต้องการ  เพราะในอาหารเจส่วนมากจะมีการใส่โปรตีนเกษตร หรือ หมี่กึงที่ทำจากถั่วเหลือง ซึ่งมีทั้งโปรตีนและคาร์โบไฮเดรตรวมกันอยู่

นอกจากนี้ควรเลือกทานข้าวกล้องข้าวหรือข้าวซ้อมมือแทนการทานข้าวขาว หรือ อาหารประเภทเส้นต่างๆ เพราะข้าวกล้องจะช่วยให้อิ่มนานและอยู่ท้องมากกว่า และ ช่วยลดความอยากทานอาหารระหว่างมื้อลงได้   อีกเคล็ดลับนึง ถ้าหากกลัวว่าอาหารเจสำเร็จรูปที่ขายอยู่จะมันมากเกินไป ควบคุมสารอาหารได้ยาก ให้ลองทำเมนูเจแบบง่ายๆทานเองที่บ้านโดยควบคุมส่วนผสม การใช้น้ำมันและเครื่องปรุงตามที่ต้องการ และที่สำคัญควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ  ส่วนเรื่องของโปรตีนนั้นไม่ต้องกังวลเพราะเต้าหู้และถั่วต่างๆให้โปรตีนสูงอยู่แล้ว หากมีอาการหิวบ่อยลองพกถั่วติดตัวไว้ทานเป็นของว่าง และกินครั้งละไม่มาก ไม่เกิน 1 อุ้งมือ แค่เพื่อไม่ให้หิวจัดเกินไป เพิ่มการทานผักที่ให้โปรตีนอย่างถั่วงอก ผักโขมผักปวยเล้ง ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะขาดโปรตีนให้กล้ามระคายเคืองอีกด้วย

แล้วกินเจอย่างไรให้ได้บุญ ….

+ กินเพราะอยากกิน

แค่เราอยากกิน มีความตั้งใจ อยากงดเนื้อเพื่ออุทิศกุศลกรรมแก่บรรดาสัตว์ที่เราเคยเบียดเบียน ที่ล่วงลับไปแล้วแค่นี้ก็ได้บุญแล้ว  ขณะกินระลึกว่ากินเพื่ออะไร กินแล้วได้อะไร กินไปทำไม กินให้มีความสุขมีความเต็มใจ มีกุศลจิต อยากกิน ไม่ใช่ถูกบังคับ หรือ กินตามกระแส

++ กินแล้วไม่บ่น

บางคนตามกระแส กินไปได้มือสองมื้อเริ่มบ่น ไม่อยู่ท้อง  ไม่อิ่ม หิวบ่อย ไม่อร่อย ไม่ถูกปาก กินไปบ่นไป เพราะใจไม่บริสุทธิ์ ก็คงไม่สามารถสร้างกระแสบุญได้ แต่ถ้ากินด้วยจิตใจอดทน มุ่งมั่น เพราะตั้งใจที่ยอมละจากสิ่งที่เรานิยม เพื่อสร้างสมความดีทำด้วยเจตนาบริสุทธิ์ จะได้บุญอย่างแท้จริง

+++ กินแล้วไม่เสียทรัพย์

อาหารเจมีขายทั่วไป แต่อย่าลืมอาหารตามเทศกาลราคาจะแพงบ้าง นี่เป็นอีกสาเหตุที่ทำให้หลายคนเลิกกินไปกลางคัน ลองทำกินเอง ได้ฝึกวิชาการทำอาหาร และไม่เบียดเบียนตัวเอง ใจก็บริสุทธิ์ ทำครั้งหนึ่งก็แบ่งปันได้หลายคนอีก กระจายกระแสบุญออกไปได้อีก ถ้าทำอาหารไม่เป็นก็มีแบบสำเร็จรูป จำหน่าย แต่จะให้ดี ซื้อกินด้วยเจตนาบริสุทธิ์ เงินที่เสียไปถือเป็นทาน แบบนี้ก็ได้บุญเหมือนกันครับ

++++ กินเป็นกิจวัตร

กินต่อเนื่อง กินเป็นประจำ แบบนี้ได้บุญมากกว่าการตามกระแสไปกินในช่วงเทศกาล เพราะการกินในช่วงเทศกาลนั้น เหมือนเราไปช่วยส่งเสริมให้คนมาแสวงหากำไรจากเทศกาล

+++++ ต้องรักษาศีลภาวนา

การกินเจเป็นเทศกาลสั้นๆ ไหนๆ ก็พยายามละกิเลสด้วยการกินเจแล้ว ในเทศกาลอย่างนี้ควรถือ โอกาสรักษาศีลให้เคร่งครัด  ถือโอกาสขัดเกลากิเลสและยกระดับภูมิจิตภูมิธรรมให้สูงขึ้น กินเจอย่างนี้จึงได้บุญ

สุดท้ายกินเจแล้วจะได้บุญหรือไม่ มันอยู่ที่จิตเจตนา  ถ้าใจบริสุทธิ์พ้องกับหลักพุทธศาสนาที่ว่า ทำดี เว้นชั่ว ใจบริสุทธิ์ ทำอะไรอย่าไปฝืนทำ อย่าไปทำแล้วเป็นทุกข์ ดังนั้นช่วงกินเจขอให้ทำให้เต็มที่เพราะเป็นระยะเวลาสั้นๆแค่ 9 วันเท่านั้น รับรองว่าจะได้อิ่มบุญอย่างมีความสุขกันทั่วหน้าและมีสุขภาพดีแน่นอน ใครที่ไม่ทันกินเจปีนี้ วันนี้วันสุดท้าย และเตรียมตัวให้พร้อมในเทศกาลกินเจครั้งต่อไป.

ด้วยความปรารถนาดีจาก  ฝ่ายประชาสัมพันธ์  คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

โทรศัพท์ 053-935045  www.nurse.cmu.ac.th