หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

“เมืองเก่า” พื้นที่การเรียนรู้ของคนรุ่นใหม่

Author by 19/06/14No Comments »

0

?????????????? ??? ???....??????????(????????) ??????????????????????????????????????????????????

ภาพประกอบ ภาพประกอบเขียว สวลานสนามหญ้าหน้าห้องสมุดฟื้นบ้านย่านเวียงฯ  เป็นอีกพื้นที่หนึ่งของเมืองเก่าที่เอื้อต่อการจัดกิจกรรมหลากหลาย มากกว่านั้นยังก่อให้เกิดมิตรภาพและการงานสร้างสรรค์   ล่าสุดใน ‘วันดา’ เตรียมงานไหว้สาพญามังราย ภาพเด็กหนุ่มสาวกว่า 50 คนกำลังช่วยคุณลุงคุณป้ากวนขนมปาดห่อขนมจอก บางคนยกโต๊ะขนเก้าอี้ บ้างเช็ดใบตองขูดมะพร้าว บ้างก็ฝึกตีกลองรำดาบ สร้างความรื่นรมย์ประทับใจแก่ผู้พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

หนุ่มสาวเหล่านี้มาจากหลายกลุ่มองค์กรหลายสถาบันการศึกษา  หนึ่งในนั้น   คือ “กรีนแรนเจอร์” คนรุ่นใหม่อารมณ์ดีมากหน้าหลายนาม มี น้ำ หน่อม อ๋อง ป๋า บัติ ขมิ้น น้ำฝน ตั๊ก เอก ต่อ เป็นสมาชิกกลุ่ม

วิเชียร ทาหล้า พี่ยูรของน้องๆ อาศัยประสบการณ์การทำงานสิ่งแวดล้อมของเครือข่ายเชียงใหม่เขียว สวย หอม หนึ่งในภาคีขับเคลื่อนงานฟื้นบ้านย่านเวียงฯ ปรับประยุกต์ใช้พื้นที่เมืองเก่าเป็นแหล่งเรียนรู้ บ่มเพาะ ทีมกรีนแรนเจอร์ ผ่านการลงมือลงแรงในทุกๆ งานที่เข้าไปเกี่ยวข้อง

“ภาคีฟื้นบ้านย่านเวียงฯ ประกอบด้วยหลายองค์กรช่วยกันทำงาน เราก็เปิดพื้นที่ให้น้องๆ ได้เห็นการทำงานของแต่ละกลุ่ม เริ่มต้นจากอยากช่วย ก็เป็นใส่ใจ ลงมือทำงาน ควบคู่ไปกับการฝึกทักษะ ได้คิด รู้จักตั้งคำถาม  สิ่งที่เห็นการเปลี่ยนแปลงในตัวน้องๆ ได้อย่างชัดเจนก็คือ เขาผูกพันกับผู้คนในชุมชน ห่วงแหนความเป็นเมืองเก่า เพราะเขารู้สึกว่าเป็นคนหนึ่งที่ได้ช่วยกันดูแล เป็นส่วนหนึ่งของฟื้นบ้านฯ ที่ช่วยให้งานสำเร็จลุล่วง”

ด้วยพื้นที่ของโครงการฟื้นบ้านย่านเวียงฯ มีความสำคัญด้านประวัติศาสตร์วัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นกำแพงเมืองเก่า ต้นไม้ใหญ่กลางเมือง วัดวาอาราม   สถานที่เหล่านี้กลายเป็นห้องเรียนชั้นดีที่กรีนแรนเจอร์มาดเข้มหน่อมศิวกร ธารพรศรี มีโอกาสรับรู้กระทั่งใฝ่ฝันถึงบ้านเมืองที่เขาอยากเห็น

“เรามีโอกาสได้ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ ยิ่งทำไปยิ่งรู้ว่าไม่ได้ทำเพื่อตัวเราคนเดียว เราทำเพื่อคนอื่นๆ อีกหลายคน บางเรื่องเป็นเรื่องง่ายๆ ใกล้ตัว หลายเรื่องต้องมุ่งมั่นทุ่มเท เดี๋ยวนี้เชียงใหม่ดูรกรุงรังวุ่นวายขึ้น  ผมอยากให้เมืองเราจัดวางภูมิทัศน์สวยงาม มีระบบการขนส่งที่ดี อากาศดี เป็นเมืองท่องเที่ยวที่เจ๋ง ถ้าเราได้มาช่วยกันสานฝันของแต่ละคน ก็จะเกิดการสานต่องานที่ทำเพื่อเมืองเชียงใหม่หรือนำความรู้ไปพัฒนาในที่อื่นๆ”

ในขณะที่ น้ำพิมพ์อุบล หวายคำ ก็ได้เก็บเกี่ยวความรู้จากการเป็นอาสาสมัครโครงการฟื้นบ้านย่านเวียงฯ  ไปเป็นมัคคุเทศก์นำเที่ยวให้กับกลุ่มคนที่สนใจเรื่องเมืองเก่าอยู่หลายครั้ง

“น้ำอยากให้นักท่องเที่ยวได้เข้าใจว่าเมืองเก่าของเราไม่ใช่แค่สถานที่ แต่มีจิตวิญญาณดำรงอยู่ คนที่อยู่อาศัยจะรับรู้ได้ อยากให้สิ่งที่ดีงามที่มีอยู่ตกทอดถึงคนรุ่นหลัง ให้ผู้คนตระหนักว่าบ้านเมืองไม่ใช่แค่สิ่งปลูกสร้าง ไม่ใช่แค่เรื่องของผู้บริหารเมืองแต่เป็นเรื่องของผู้คนทุกคนที่ใช้ชีวิตอยู่ใน ณ ที่นี้ ต้องช่วยกันดูแลใส่ใจ ”

พื้นที่เรียนรู้ จิตอาสา ความใฝ่ฝัน พรั่งพรูผ่านประสบการณ์และแง่มุมของแต่ละคน  หากแต่คำว่า “ลงมือทำ” ดูเหมือนจะคาถาหลักที่ชาวกรีนแรนเจอร์ทุกคนล้วนกล่าวถึง   และ อ๋องธนาวัน เพลินทรัพย์ ก็เน้นย้ำ

“ที่ผ่านมาเยอะมากที่เห็นแต่ผู้คนออกมาให้ความสำคัญต่อสิ่งแวดล้อม อยากทำแต่ไม่มีเวลาแต่นู้นแต่นี้เยอะแยะไปหมด พวกเราจึงเริ่มลงมือ อย่างผมมีโอกาสอบรมเรื่องหมอต้นไม้กับ อ.บรรจง  แล้วลงมือรักษาต้นไม้ในพื้นที่จริงกับหลายๆ หน่วยงาน  เช่น ถอนตะปูเอากาฝากออกจากต้นไม้ ปลูกต้นไม้ รักษาต้นไม้ใหญ่ตามชุมชน เพื่อที่จะรู้ถึงปัญหาจริงในแต่ละพื้นที่เอามาร่วมกันหาทางแก้ไข ประยุกต์ใช้ในครั้งต่อๆ ไป”

และสำหรับ สมบัติ ชิโย นักศึกษาจากมหาวิทยาลัยราชภัฎเชียงใหม่ อีกหนึ่งสมาชิกกรีนเรนเจอร์ งานฟื้นบ้านย่านเวียงเชียงใหม่ เป็นอีกหนึ่งห้องเรียนนอกมหาวิทยาลัยที่เขาสนใจใฝ่รู้ความเชื่อมโยงของคนเมืองกับชาวชนบท

“ส่วนใหญ่ ผมไปช่วยงานค่ายเยาวชนในพื้นที่ชนบท อยู่ในเมืองก็ไปช่วยงานเชียงใหม่เขียว สวย หอม เรียนรู้การทำงานเป็นทีม รู้จักพี่น้องชาวบ้านที่อยู่ในเมือง ใช้เวลาเพื่อเพิ่มประสบการณ์ชีวิต มันท้าทายทำให้เรารู้สึกว่าต้องขวนขวาย เรียนรู้ประเด็นที่เป็นปัญหาสังคม  เป็นส่วนหนึ่งที่ได้ช่วยกันแก้ไขปัญหา คนเมืองมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เพราะสารเคมีเยอะ ก็ช่วยกันรณรงค์ปลูกผักอินทรีย์กินเอง เรื่องของการอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ ก็ใช้วัฒนธรรมและวิถีชีวิตที่มีมาตั้งแต่บรรพบุรุษเป็นสื่อช่วยให้คนรุ่นหลัง  ได้รู้ได้เห็นคุณค่า

“งานในเมืองจะยากกว่าในชนบท ยากในการสร้างจิตสำนึกครับ ปัจจัยภายนอก ความสะดวกสบาย ที่ดึงความสนใจของคนไปจากสิ่งแวดล้อม  การรณรงค์ เวิร์คช๊อป ก็เอาไม่ค่อยอยู่ ความเจริญที่เข้ามาเรื่อยๆ ก็ดึงความสนใจ ดังนั้นก็ควรจะเริ่มปลูกฝังจิตสำนึกตั้งแต่เด็ก ผมเชื่อว่า เยาวชนจะเป็นกำลังสำคัญ ในการรักษาสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะในเมืองหรือบนดอย ผมอยากให้เมืองกับชนบทก้าวไปพร้อมๆกันในเรื่องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และอนุรักษ์ประเพณีวัฒนธรรม อยากให้พึ่งพากันครับ”

เมื่อเห็นลูกหลานมีความสุขและสนุกอยู่ใกล้ตัว คนเมืองเก่าอย่าง “ป้าปัง” พรรณงาม สมนา จากชุมชน 5 ธันวา ก็มีรู้สึกอิ่มใจที่ได้เห็นว่าเรี่ยวแรงและความใส่ใจที่ให้กับลูกหลานอย่างกรีนแรนเจอร์ ผลิดอกขยายผล และวาดหวังให้ขยายวงไปสู่คนรุ่นใหม่อีกหลายๆ กลุ่มหลายๆรุ่น เพื่อสืบทอดความรักต่อบ้าน ย่าน เวียง ให้มีอยู่สืบเนื่องต่อไปไม่รู้จบ

“เราต้องช่วยกันสร้างพื้นที่ต้นแบบที่เป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นผญา(ปัญญา) แก่คนรุ่นใหม่ ให้สังคมอยู่อย่างเกื้อกูลกันได้ วันข้างหน้าเมื่อเด็กเหล่านี้เติบโตก็จะเป็นกำลังหลักให้เมือง ดูจากงานฟื้นบ้านย่านเวียงฯ 3 ปีที่ผ่านมาเห็นได้ชัดเลยว่าเด็กๆ เรียนรู้ ได้แต่งเติมงานด้วยความคิดอ่านของเขา ทั้งหมดคือวัฒนธรรมเดิมๆ ที่เขาเห็นในอดีต แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในปัจจุบัน  สิ่งที่เด็กๆ สื่อออกมาคือแนวคิดทางวัฒนธรรมที่เขาสืบทอดได้แล้ว

..อย่างที่โบราณว่าไว้ คนต้องสืบคน ไม้ต้องสืบไม้ ผญาต้องสืบผญา สังคมถึงจะอยู่รอด”.

เรื่อง : ขวัญข้าว สิงหเสนี  

ภาพ : วสันต์ ปันศิริ