หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

แจงโดมคล้ายพระธาตุ…บนดอยสุเทพ เป็นมณฑปหอพิพิธภัณฑ์ และลานชมวิวแจงโดมคล้ายพระธาตุ…บนดอยสุเทพ เป็นมณฑปหอพิพิธภัณฑ์ และลานชมวิว

Author by 18/05/14No Comments »

  IMG_1766 copy IMG_1745 copy IMG_1755 copy IMG_1756 copy IMG_1757 copy IMG_1764 copy        หลังจากที่ สังคมออนไลน์ ใน face book  มีผู้นำภาพโดมคล้ายพระธาตุองค์ใหม่ ผุดขึ้นมาเทียบเคียงกับพระบรมธาตุดอยสุเทพ จนมีการตั้งคำถาม และมีผู้อธิบายว่าเป็นโดมชมวิว เพื่อให้บริการแก่นักท่องเที่ยว แต่ก็มีผู้แสดงความเห็นหลากหลาย เกรงจะบดบังองค์พระธาตุดอยสุเทพ และสมควรหรือไม่ ?

โดยเฉพาะในเฟซบุ๊กของผู้ใช้นามว่า Raks Mae Ping ได้เผยแพร่ภาพถ่ายทางอากาศของวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งเป็นผลงานของคุณ Atth Charoenrak  มีข้อความใต้ภาพว่า หลังจากโพสต์ภาพถ่ายทางอากาศของดอยสุเทพและวัดพระธาตุฯ ก็มีคำถามกันเข้ามาว่า “เจดีย์นอกจากตัวพระธาตุดอยสุเทพเกิดขึ้นมาได้อย่างไร?”  ใครเป็นคนต้นคิด?” “ทำไมต้องมีเจดีย์องค์ใหม่ในเมื่อพระธาตุคือสัญลักษณ์ของเชียงใหม่? ใครรู้ช่วยตอบด้วยครับ ! มีผู้แสดงความคิดเห็นไปต่างๆ นานา และส่วนหนึ่งไม่เห็นด้วยนั้น

บ่ายวันที่ 15 พฤษภาคม 2557 บริเวณด้านทิศใต้ล่างพระบรมธาตุดอยสุเทพ ภายในวัดพระธาตุดอยสุเทพ ราชวรวิหาร อ.เมือง จ.เชียงใหม่ พระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสได้มอบให้นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการประชาสัมพันธ์ และนายชวน ผัดวรรณ์ ไวยาวัจกร นำสื่อมวลชนเข้าตรวจสอบ และตอบข้อซักถามโครงการก่อสร้างอาคารคล้ายโดม มีปลายยอดแหลมทาสีเหลืองเหมือนพระธาตุเจดีย์ ว่าการก่อสร้างอาคารดังกล่าวนี้เรียกว่า มณฑปหอพิพิธภัณฑ์ และลานชมวิว โดยคณะกรรมการวัดได้ปรับปรุง และเสริมความมั่นคงของอาคารห้องสมุดเดิมสูงสามชั้น มาปรับปรุงใหม่เพื่อให้เกิดประโยชน์มากยิ่งขึ้น แต่ก็ยังคงมีห้องสมุดอยู่ชั้นล่างเช่นเดิม ส่วนชั้นที่สองจัดเป็นห้องรับรองพิเศษ มีจอฉายวิดีทัศน์เพื่อบรรยาสรุปถึงประวัติความเป็นมาของวัด สำหรับราชอาคันตุกะ แขกผู้ใหญ่หรือวีไอพี. เมื่อมาสักการะพระบรมธาตุเสร็จแล้ว เดิมไม่มีสถานที่รับรอง ส่วนหน้าต่าง และระเบียงก็จัดให้เป็นสถานที่ชมวิว ที่สามารถมองเห็นนครเชียงใหม่ได้ 180 องศา

บนอาคารโดมชั้นที่สาม ซึ่งสูงเท่าชั้นสามของกุฏิข้าง ๆ แต่ต่ำกว่าลานพระบรมธาตุดอยสุเทพ เป็นห้องรับรอง และสถานที่ชมวิว เตรียมโครงการติดตั้งกล้องส่องทางไกลเพื่อชมทัศนียภาพของนครเชียงใหม่ โดยรอบห้องติดกระจกป้องกันฝนและลม สามารถเปิดหน้าต่างเพื่อส่องกล้องได้ครึ่งวงกลม ในกล้องจะมีระบุพิกัดแต่ละจุดของเมืองด้วยเทคโนโลยีทันสมัย ทั้งนี้ กึ่งกลางห้องชั้นสามถือเป็นพิพิธภัณฑ์จัดวางสิ่งของเก่าคู่กับวัดมานาน เช่น ธรรมาสน์ทรงสูง และเครื่องสูงต่าง ๆ ในฐานะที่วัดพระธาตุดอยสุเทพฯเป็นวัดที่พระเจ้ากือนาทรงสร้าง จึงมีการสร้างหลังคาเป็นรูปโดมปลายยอดจะเป็นมงกุฎตราพระราชลัญจกรของพระมหากษัตริย์แห่งล้านนา

การก่อสร้างอาคารหลังนี้ได้รับการรับรองจากวิศวกร เพื่อรองรับแผ่นดินไหวขนาด 7 ริกเตอร์หากมีศูนย์กลางห่างออกไปจากเชียงใหม่เช่นชายแดนไทย-พม่าได้ และวัสดุอุปกรณ์ด้านบนใช้วัสดุน้ำหนักเบา เช่น หลังคาสแตนเลส โดยใช้เวลาดำเนินการมากว่าปีแล้ว และเมื่อเร็วๆ นี้มีพายุฝน และเกิดแผ่นดินไหวขึ้น ก็ไม่มีความเสียหาย แต่คณะกรรมการเห็นพ้องกันว่าควรจะลดส่วนปลียอดชฎาลงมา ประกอบกับมีกระแสสังคมจากโลกออนไลน์เห็นควรสร้างไม่ให้บดบังทัศนียภาพของพระธาตุดอยสุเทพ จึงจะปรับลดส่วนนี้ลงมา แม้ว่าเมื่อมองจากลานชมวิวเดิม มณฑปหอพิพิธภัณฑ์ และลานชมวิวใหม่นี้อยู่ต่ำกว่า และมองเห็นความแตกต่างของระดับระหว่างยอดพระธาตุดอยสุเทพกับยอดมงกุฎหรือชฎาชัดเจน แต่กรณีภาพถ่ายจากเครื่องร่อนหรือเครื่องบินบังคับวิทยุบางมุม (ดังภาพที่เผยแพร่ในอินเตอร์เน็ต) อาจเห็นว่าเสมอกัน เพื่อความสบายใจของศรัทธาประชาชน คณะกรรมการจะปรับลดปลายยอดชฎาลงมา

นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมทางวัดมีลานชมวิว และติดตั้งกล้องส่องทางไกลไว้หลายจุดเป็นจุดกลางแจ้ง เวลาฝนตกก็ไม่สามารถจะชมได้ และทำให้กล้องเสื่อมเสียได้ง่าย เมื่อผู้ใหญ่รวมทั้งนายกรัฐมนตรีมาก็คำแนะนำว่า ควรสร้างจุดชมวิวที่อยู่ในอาคาร จึงทำให้เกิดโครงการนี้ แต่เมื่อหลายฝ่ายแสดงความห่วงใน จึงต้องรับฟัง ซึ่งนอกจากการปรับลดส่วนยอดของมณฑปหอพิพิธภัณฑ์และลานชมวิวลงมาแล้ว เรื่องสีที่ใช้สีทองคล้ายกับองค์พระธาตุ ก็จะพิจารณาปรับเปลี่ยนให้เป็นโทนขาวหรืออื่นที่เหมาะสม ทั้งนี้ความสูงตั้งแต่ชั้นแรกจนถึงปลายยอดชฎารวมกันวัดได้ 21.19 เมตร สามารถจะปรับส่วนหลังคาลงได้ แต่จะไม่ลงมามากจนกระทั่งไม่สามารถจะนำเครื่องสูง และธรรมาสน์ทรงสูงมาตั้งวางได้

          “ทางวัดไม่ถือว่า เรื่องนี้กำลังถูกต่อต้าน แต่เห็นว่าเป็นการเข้าใจผิด ตอนแรกก็ตกใจ เมื่อพาสื่อมาดูของจริงก็ทำให้เข้าใจ เพราะวัดพระธาตุดอยสุเทพเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ จะไม่มีการทำอะไรที่เป็นการไม่เคารพบูชา ขณะเดียวกันวัดก็เป็นสถานที่ดึงดูดการท่องเที่ยว จึงต้องดูแลไปพร้อมกัน โดยอาคารทั้งหมดที่ก่อสร้างไปแล้วราวร้อยละ 70 ใช้ทุนทรัพย์ที่รับบริจาคของวัดไป 5 ล้านกว่าบาท หากก่อสร้างเสร็จ รวมค่าวัสดุอุปกรณ์ และตกแต่งสถานที่ก็อาจจะสูงประมาณ 20-30 ล้านบาทได้ แต่ชั้นนี้ยังไม่ถึง” นายวัลลภ นามวงศ์พรหม กล่าวในตอนท้าย.

บุณย์ มหาฤทธิ์ เรื่อง/ภาพ