หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

ในหลวงเสด็จฯ สวท.เชียงใหม่ พ.ศ.2515

Author by 2/11/16No Comments »

ในหลวงเสด็จ สวท.ชม.1       สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นตามนโยบายของรัฐบาล โดยมอบหมายให้กรมประชาสัมพันธ์ ใช้สื่อวิทยุกระจายเสียงซึ่งเป็นสื่อที่สามารถเข้าถึงพี่น้องชาวเขาได้ดีที่สุดในสมัยนั้น ดำเนินการส่งกระจายเสียงเพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร สร้างความรู้ ความเข้าใจสร้างจิตสำนึกและความร่วมมือในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าการทำไร่เลื่อนลอย ปลูกพืชเสพติด และเพื่อความมั่นคงของชาติ ทางคลื่น A.M. 1476 KHz ส่งกระจายเสียงอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2511 และมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2514 ในระยะแรกส่งกระจายเสียง 3 ภาษา คือ ม้ง, เมี่ยน และ ปาเกอญอ ปัจจุบันได้เพิ่มการส่งกระจายเสียงอีก 4 ภาษา คือ ลาหู, ลีซู, อาข่า และภาษาไทใหญ่ รวมมี 7 ชนเผ่า

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2515 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ พร้อมด้วยสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีทอดพระเนตรกิจการส่งกระจายเสียงภาคภาษาชาวเขา สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดเชียงใหม่ ทรงมีรับสั่งถามถึงความแตกต่างของภาษา การแต่งกาย และการจัดรายการของแต่ละชนเผ่าด้วยความสนพระทัย ยังความปลาบปลื้ม และซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณแก่ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่อย่างล้นพ้น

น.ส.ชนิสา ชมศิลป์ ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า ปัจจุบันบทบาทของผู้ประกาศทั้ง 7 ชนเผ่า ยังทำหน้าที่อย่างแข็งขันเพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูลทั้งนโยบายรัฐบาล ข่าวสารและสาระความรู้ต่างๆ มีเป้าหมายเพื่อกระจายเสียงไปยังพี่น้องชนเผ่า ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนซึ่งกันและกันในทุกช่วงเวลา โดยเฉพาะในช่วงเวลาแห่งการสูญเสียของคนไทยอย่างเช่นเวลานี้ ที่แผ่นดินไทยได้สิ้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณอย่างล้นพ้นสำหรับคนไทยทุกคน … ในขณะที่ผู้ประกาศชนเผ่ามีความจำเป็นต้องสื่อสารทำความเข้าใจในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้าเช่นนี้ เนื่องจาก พระองค์เสด็จฯ ทรงงานในพื้นที่ห่างไกล ทุรกันดาร พื้นที่บนภูเขาสูงมาตั้งแต่พระองค์ทรงครองราชย์ เป็นระยะเวลา 70 ปี

สำหรับการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ประกาศชนเผ่าทุกคนในช่วงเวลาเช่นนี้ ได้มีการสัมภาษณ์ผู้ร่วมเหตุการณ์ในครั้งที่พระองค์ทรงมีพระชนม์ชีพและหนึ่งในนั้นคือราษฎรชาวเขาเผ่าลาหู่ กำนัน ผู้ซึ่งแบกพระองค์อยู่บนหลังแสดงถึงความไม่ถือพระองค์ ข้อความในเพจจเด็ด สิบเอ็ดทิศ กล่าวตอนหนึ่งว่า “เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเยี่ยมราษฎรและชาวเขาบนพื้นที่สูง ในขณะทรงพระราชดำเนินอยู่บริเวณเนินไหล่ดอย กำนันชาวเขาในภาพ ได้ทูลถามพระองค์ว่าเสด็จพระราชดำเนินไหวไหม เพราะหนทางเป็นเนินสูงและที่ลาดชัน หากไม่ไหวให้ทรงขี่หลังเกล้ากระหม่อมก็ได้ ในหลวงฯ จึงทรงมีพระราชปฏิสันถารหยอกล้อด้วยว่า ถ้าเราขี่หลังกำนันจริงๆ กำนันอายุมากแล้ว จะแบกเราไหวเหรอ ..กำนันก็ยืนยันว่าไหว ก็เลยเกิดการยุจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ซึ่งเป็นคนของกำนัน ที่แวดล้อมตามเสด็จกันยกใหญ่ ช่วยกันทูลเสด็จขึ้นหลังกำนัน ก็เลยเป็นแบบในภาพที่เห็นนี่แหละ สังเกตดูในภาพ สมเด็จพระนางเจ้าฯ ทรงเชียร์กำนันใหญ่เลย ผู้คนที่ตามเสด็จ ทั้งทหารและฝ่ายปกครอง ต่างหัวเราะกันใหญ่”

นางสุนิทธา พรนิมิตสกุล ผู้ประกาศเผ่าลาหู่ กล่าวถึง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังมีภาพปรากฏออกไปว่า ได้มีการสอบถามไปยังนายภูวเดช อุดมเกษตรคีรี หลานกำนันคนที่มีโอกาสให้พระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ขึ้นขี่หลังว่า กำนัน ชื่อ นายแสน คำลือ เป็นชาวเขาเผ่าลาหู่ ขณะนี้เสียชีวิตแล้ว และนายภูวเดช ได้ส่งคลิปเสียงและเล่าเหตุการณ์ให้ฟังว่า “นายประพันธ์ อุดมเกษตรคีรี ผู้เป็นพ่อเล่าว่า เมื่อปี 2512 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ เสด็จที่บ้านห้วยผักไผ่ ตำบลม่อนปิ่น อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ วันนั้นพระองค์เสด็จมากับพระราชินีและสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมงกุฏราชกุมาร ทรงเยี่ยมราษฎรในหมู่บ้าน และให้ราษฎรเลิกปลูกฝิ่นและหาทางทำมาหากินอื่นให้ ชีวิตก็ดีขึ้นจนถึงปัจจุบัน …”(มีต่อพรุ่งนี้)

กนกรัตน์ ปัญญา/เดือน อินต๊ะ/

สุนิทธา นิมิตสกุล-รายงาน