หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

ไทยนิวส์สู่ปีที่ 47 สื่อกว้างไกล รู้ให้ทัน

Author by 3/08/16No Comments »

   Print       มอตโต (Motto) ของ “ไทยนิวส์” หนังสือพิมพ์รายวันท้องถิ่นของภูมิภาคภาคเหนือ ที่ยืนหยัดอยู่มาได้ถึง 46 ปีในวันนี้ และกำลังจะก้าวสู่ปีที่ 47 ในงานฉลองชัยไทยนิวส์ประจำปีนี้ มีว่า “สื่อกว้างไกล รู้ให้ทัน” เป็นหัวข้อที่กำลังอยู่ในยุคสมัยเทคโนโลยีการสื่อสารทันสมัยก้าวล้ำหน้าไป อย่างรวดเร็ว พร้อมกระแสความชื่นชอบของสังคมยุคปัจจุบันที่ต้องการเสพข่าวสารจากสื่อโซเซี ยลมีเดียที่มีทั้งความแปลกใหม่ และความรวดเร็วผสมผสานกัน แต่กับสื่อสิ่งพิมพ์แล้ว นอกจากความรวดเร็ว ทันสมัย ทันเหตุกาณณ์ ยังคงไว้ซึ่งความจริง ภายใต้กรอบจรรยาบรรณ อันเป็นอาชีวปฏิญาณที่ฝังรากลึกก่อนนำเสนอข่าวสาร ด้วยความรับผิดชอบดังกล่าว สื่อสิ่งพิมพ์อย่าง “ไทยนิวส์” จึงมั่นใจว่าจะสามารถเป็นหลักยึดมั่นในความจริง และอ้างอิงได้อยู่เสมอ

          นางอุบลนัดดา สุภาวรรณ รองประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ และกรรมการผู้จัดการ “ไทยนิวส์” กล่าวย้ำข้างต้น และว่า การดำเนินกิจการหนังสือพิมพ์ในยุคดิจิตอลกำลังมาแรง เพียงแค่สัมผัสบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือก็สามารถอ่านข่าวสาร และชมภาพต่างๆ ทั้งภาพนิ่งและเคลื่อนไหวได้ราวกับปาฏิหาริย์ หากย้อนไปในอดีตเพียง 20 กว่าปี คงไม่มีใครคาดว่าจะก้าวล้ำหน้ามาขนาดนี้ และเชื่อว่าความล้ำหน้าจะยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ การเข้าถึงข่าวสารในอนาคตอันใกล้จะยิ่งมีช่องทางอีกมากมาย แม้กระทั่งการเป็นผู้นำเสนอข่าวสารเสียเองของประชาชน หากได้รับการฝึกฝนเพียงไม่นานนัก แสดงให้เห็นว่าทุกคนสามารถเป็น “สื่อ”ได้ ส่วนจะมีคุณภาพ และยึดมั่นในกรอบจรรยาบรรณาหรือไม่เป็นอีกประเด็นหนึ่ง

          สอดคล้องกับ นายอินสม ปัญญาโสภา บรรณาธิการ     “ไทยนิวส์” กล่าวไว้เมื่อ 3 ปีที่แล้วว่า หนังสือพิมพ์ยังไม่ตาย ยังจะอยู่อีกนาน ไม่ใช่เพราะสื่อยุคใหม่เข้ามาแทนที่ ที่อยู่อีกนานเพราะหนังสือพิมพ์มีความน่าเชื่อถือกว่าสื่อสมัยใหม่ และได้สร้างศรัทธามายาวนาน ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันประวัติศาสตร์ของหนังสือพิมพ์เกิดขึ้นมายุคบุกเบิก ต่อสู้อธรรม ความไม่ถูกต้องและไม่เป็นธรรมทั้งหลาย ดังจะเห็นได้จากหนังสือพิมพ์แต่ละฉบับที่ยังมั่นคงอยู่ เพราะยึดมั่นในอุดมการณ์ และวิชาชีพเพื่อมวลชนหรือประชาชนอย่างกล้าหาญ แม้ว่าบรรณาธิการจะถูกแจ้งความดำเนินคดีในข้อหาหมิ่นประมาท จงใจและเป็นฝ่ายตรงกันข้ามกับเผด็จการในอดีต โรงพิมพ์หลายแห่งในภาคเหนือถูกคณะ ปฏิวัติในสมัยนั้นสั่งปิด และล่ามโซ่แท่นพิมพ์มาแล้ว แต่ในที่สุด หนังสือพิมพ์ก็ไม่ได้ล้มหายตายจากไป อาจจะเปลี่ยนรูปโฉมหน้าตา และคณะกองบรรณาธิการใหม่ๆ ออกมาท้าชนกับความไม่ถูกต้องอย่างเด็ดเดี่ยว

          นายอินสม ปัญญาโสภา กล่าวว่า จากการคาดหมายของนักวิชาการ และนักวิเคราะห์ด้านสื่อสารมวลชนทั้งใน ประเทศ และต่างประเทศมองว่าอีกไม่เกิน 10 ปีจะเหลือหนังสือพิมพ์อยู่ในโลกนี้เพียงไม่กี่ฉบับ นอกนั้นจะกลายเป็นหนังสือพิมพ์บนมือถือหรือหนังสือพิมพ์อิเลกทรอนิกส์ แต่เพราะความหลากหลาย และน่าสับสนของผู้นำเสนอ ผู้ต้องการสื่อทั้งที่สุจริตใจ และที่แฝงเร้นด้วยวัตถุประสงค์ต่างๆ การที่สื่อโซเซียลมีเดียจะเข้ามาครองแทนที่หนังสือพิมพ์นั้น จึงต้องใช้เวลาอีกนานอาจจเกินกว่า 15 ปีข้างหน้าก็ได้ ถึงเวลานั้นคนหนังสือพิมพ์รุ่นใหม่จะต้องปรับตัวอย่างไรให้อยู่รอด ตรงนี้เป็นการบ้านข้อใหญ่ให้พี่-น้องในวงการสื่อสิ่งพิมพ์ที่มิใช่เฉพาะ “ไทยนิวส์” ต่างสำรวจตรวจสอบ วางแผน ปรับตัว ปรับทิศทางที่เหมาะสมกับยุคใหม่ และเตรียมหาหนทางเดินเอาไว้แล้ว

          ในอนาคตสื่อสิ่งพิมพ์ จะปรากฏในรูปแบบไหน เรื่องนี้ นายชายชาตรี ลิ้มจรูญ ที่ปรึกษา “ไทยนิวส์” ให้ข้อ สังเกตว่า เมื่อปรากฏสื่อมัลติมีเดียเข้ามามีบทบาทสำคัญกับชีวิตประจำวันของปวงประชา ทั้งหลาย นั่นมิใช่ทางออกหรือทางรอดของสังคมข่าวสารที่ถูกต้อง ด้วยเหตุที่ว่ายุคนี้ ใคร ๆ ก็เป็นสื่อได้ ใคร ๆก็โพสต์ข้อความ ข่าวสาร และภาพในสถานการณ์ปัจจุบันได้ แต่มิได้กรองว่าถูกต้องแม่นยำ เป็นไปตามหลักวิชาการหนังสือพิมพ์หรือนิเทศศาสตร์หรือไม่ ในยุคโซเซียลมีเดีย เราอาจจะได้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้นในนาทีนั้น แต่เบื้องหลังของเหตุการณ์ และความเกี่ยวเนื่องต่างๆ ไม่สามารถอธิบายได้ ประการสำคัญสุดคือ “ความน่าเชื่อถือ”  มีอะไรเป็นหลักประกันได้  ต่างกับหนังสือพิมพ์ที่      ยังคงมีความน่าเชื่อถือ และอ้างอิงได้ ถึงแม้จะมีคนพยายามนำชื่อของสื่อสิ่งพิมพ์ไปกระทำในสิ่งที่บิดเบือนข้อเท็จ จริง ก็จะทราบภายในเวลาอันรวดเร็ว ดังที่ล่าสุดหนังสือพิมพ์รายวันส่วนกลางฉบับหนึ่งถูกอ้างว่าเป็นผู้นำเสนอข่าวทาง  โซเซียลมีเดีย ซึ่งกำลังติดตามหาคนกระทำความผิดอยู่ในขณะนี้ ดังนั้น ในอนาคตข้างหน้าชื่อหรือยี่ห้อของหนังสือพิมพ์ที่ยืนอยู่บน   ความถูกต้อง ยังจะปรากฏต่อไป เพราะประชาชนให้ความเชื่อถือ ธุรกิจและผู้ประกอบการต่างๆ  ก็จะมาสนับสนุนการโฆษณา หาได้ตายจากไป เพราะสื่อในอินเตอร์เน็ตแต่ประการใด

              กล่าวโดยสรุปแล้ว “ไทยนิวส์” และสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ล้วนตั้งตัวติดและเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นที่ว่า สื่อสิ่งพิมพ์ใกล้จะตายแล้ว ซึ่ง “ลมหายใจวันนี้” บ่งบอกว่ายังมีแรงหนุ่มแรงสาวอีกมากที่จะสามารถอุทิศผลงาน และความมุ่งมั่นในการนำเสนอข่าวสารเพื่อประชาชนอย่างแน่วแน่มั่นคง และตามมอตโตข้างต้น “สื่อกว้างไกล รู้ให้ทัน” ไม่เพียงแต่สื่อสิ่งพิมพ์ จะต้องนำเสนอเรื่องราวต่างๆ ด้วยเหตุด้วยผล ด้วยความรับผิดชอบยิ่งขึ้น แต่เพราะต้องยืนอยู่บนความศรัทธาของประชาชน ในสื่อยุคใหม่กว้างไกล และรวดเร็วนี้ ยังจะต้องเป็นแนวร่วมกับประชาชน เพื่อให้รู้เท่าทันการณ์ และเลือกบริโภคสื่อที่ดีอีกด้วย จึงมั่นใจว่า การจะก้าวสู่ปีที่ 47 หรือล้ำไปจนถึงครึ่งศตวรรษข้างหน้า “ไทยนิวส์” จะต้องยั่งยืนอยู่เป็นเพื่อน และเป็นปากเสียงคู่ประชาชนชาวเหนือตลอดไป.