หน้าหลัก » สกู๊ปข่าวพิเศษ

7 ส.ค. 59 วันลงประชามติสำคัญ รับ-ไม่รับ…ร่างรัฐธรรมนูญใหม่

Author by 1/07/16No Comments »

     รายงานพิเศษ3     ในที่สุด คณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ก็มีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า ...ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ มาตรา 61 วรรค 2 ไม่ขัดหรือแย้ง ต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) ..2557 มาตรา 4ตามที่ผู้ตรวจการแผ่นดินเสนอเรื่อง ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัย

ในมาตรา 61 วรรค 2 ที่ว่า “ผู้ใดดําเนินการเผยแพร่ข้อความ ภาพ เสียง ในสื่อหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ หรือในช่องทางอื่นใด ที่ผิดไปจากข้อเท็จจริง หรือมีลักษณะรุนแรง ก้าวร้าว หยาบคาย ปลุกระดม หรือข่มขู่ โดยมุ่งหวังเพื่อให้ผู้มีสิทธิออกเสียงไม่ไปใช้สิทธิออกเสียง หรือออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือไม่ออกเสียง ให้ถือว่าผู้นั้น กระทําการก่อความวุ่นวาย เพื่อให้การออกเสียงไม่เป็นไปด้วยความเรียบร้อย” ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2559 และมีมติเป็นเอกฉันท์วินิจฉัยว่า ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 มาตรา 4 จึงไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

วันเดียวกันที่โรงแรมดิเอ็มเพรสเชียงใหม่ มีความเคลื่อนไหวเรื่องการเตรียมตัวไปลงประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยนายจำลอง สิงห์โตงาม รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เป็นประธานเปิดการสัมมนาเครือข่ายสื่อมวลชนท้องถิ่น เพื่อประชาสัมพันธ์ร่างรัฐธรรมนูญและการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ แห่งราชอาณาจักรไทยและคำถามพ่วงท้าย พุทธศักราช…. เป็นแนวทางในการประชาสัมพันธ์สำหรับสื่อสารมวลชน และได้รับทราบสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับล่าสุด รวมถึงคำถามพ่วงท้าย

ภาคเช้า เชิญนายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการกรรมาธิการและโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และพ.ท.สดุดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคาม ผอ.สำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ มาเป็นวิทยากร ส่วนภาคบ่ายมีการเสวนาประชาสัมพันธ์อย่างไรให้ตรงใจประชาชน เพื่อประชาสัมพันธ์การออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ ได้อย่างมีคุณภาพ เชิญนายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผอ.คณะกรรมการการเลือกตั้ง ประจำจังหวัดเชียงใหม่ และนายบุญญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์ ผู้แทนสมาคมหนังสือพิมพ์ภาคเหนิอแห่งประเทศไทยเป็นวิทยากร

นางดวงมาลย์ ศรีกิจวิไลกุล ผอ.สำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 ร่วมกับ น.ส.ศศิวิมล พงษ์ปรีชา ผอ.สถานีวิทยุโทรทัศน์ NBT เชียงใหม่ และ น.ส.ชนิสา ชมศิลป์ ผอ.สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย จังหวัดเชียงใหม่ ถ่ายทอดสด ทั้งทางโทรทัศน์ และวิทยุกระจายเสียงไปทั่วภาคเหนือ นอกจากนั้น ประชาสัมพันธ์จังหวัดในภาคเหนือตอนบนทั้ง 8 จังหวัด เชิญสื่อมวลชนท้องถิ่น 50 คน และเครือข่ายอาสาสมัครประชาสัมพันธ์ประจำหมู่บ้านของจังหวัดเชียงใหม่ อีก 30 คนเข้าร่วม ซึ่งถือเป็นสื่อบุคคลที่เข้าถึงประชาชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยนายภาณุฉัตร สวัสดิชัย ประชาสัมพันธ์จังหวัดเชียงใหม่ นายรัชชัย วัฒนะโชต ผช.ประชาสัมพันธ์จังหวัด ดำเนินการอำนวยความสะดวก และนายสุรชัย เงินคำคง เป็นพิธีกรดำเนินรายการทั้งสองภาค

นายจำลอง สิงโตงาม  รองอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ถือเป็นประโยชน์และเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง สำหรับสื่อมวลชนที่มีหน้าที่ในการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเรื่องการไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช…. แก่พี่น้องประชาชนทั่วประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือตอนบนที่มีประชาชนเป็นจำนวนมาก และมีสื่อมวลชนกระจายอยู่ในทุกพื้นที่ จึงขอให้สื่อมวลชนทำความเข้าใจข้อมูลภาพรวมของการจัดให้มีการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ มองเห็นความสำคัญและให้ความร่วมมือในการไปใช้สิทธิ์ออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ด้วยตนเอง อย่างมีความรู้ ความเข้าใจในหลักการและบทบัญญัติ มิใช่เพราะถูกชี้นำ หรือคล้อยตามกระแสและสถานการณ์ พร้อมกับนำข้อมูลไปเผยแพร่ขยายผลให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญ และออกมาใช้สิทธิออกเสียงประชามติให้มากที่สุดในวันที่ 7 สิงหาคม 2559

นายคำนูณ สิทธิสมาน เลขานุการกรรมาธิการและโฆษกกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขานุการกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ และ พ.ท.สดุดี ภวภูตานนท์ ณ มหาสารคราม ผอ.สำนักกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติ ร่วมอภิปรายและให้แนวทางการประชาสัมพันธ์อย่างไรที่ไม่ขัดต่อกฎหมาย โดยย้ำให้สื่อมวลชนและเครือข่ายประชาสัมพันธ์วางตัวให้เป็นกลาง นำเสนอข่าวตามจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ด้วยความรับผิดชอบ คำนึงถึงความเท่าเทียมกันและไม่ขัดต่อกฎหมาย

นายเกรียงไกร พานดอกไม้ ผอ. กกต. ประจำจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า อยากให้ประเด็นการจะไปลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญฯครั้งนี้เป็นเรื่องที่เผยแพร่รู้ไปทั่วทุกหนทุกแห่งให้เป็น ทอล์กออฟเดอะทาวน์ อยากให้การออกเสียงครั้งนี้เปี่ยมคุณภาพ เรียบร้อย ไม่มีปัญหา และอยากให้ไปใช้สิทธิให้มากที่สุดเกินร้อยละ 80 บัตรเสียไม่เกินร้อยละ 2 โดยการไปออกเสียงครั้งนี้ กำหนดเวลา 08.00-16.00 น. มีคูหาให้ลงกากบาทเช่นเดียวกับการเลือกตั้ง ส.ส. มีบัตรให้กากบาทสองใบ ๆแรก เป็นการรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฯ อีกใบเป็นกากบาทเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบคำถามพ่วง ที่ว่าจะให้สมาชิกวุฒิสภาสามารถโหวตรับผู้จะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งถ้าผลออกมาเสียงส่วนใหญ่ประชาชนรับร่างรัฐธรรมนูญ ภายในหนึ่งเดือนถัดจากนั้นก็จะมีการออกกฎหมาย เพื่อเตรียมการประกาศใช้รัฐธรรมนูญ และกำหนดการเลือกตั้งตามมา แต่หากไม่รับ คสช.ก็จะพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญใหม่หรือนำรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาประกาศใช้ก็ได้ สำหรับสื่อมวลชนที่จะนำเสนอข่าว ขอให้เสนออย่างเป็นกลาง ไม่ชี้นำให้รับหรือไม่รับ แต่ขอให้พิจารณาตัดสินด้วยตนเอง โดยดูจากร่างฯที่ กกต.จะจัดส่งไปยังส่วนราชการ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือโหลดจากอินเตอร์เน็ตเพียงพิมพ์คำว่า ร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ก็จะปรากฏขึ้น

นายบุญญฤทธิ์ ตุลาพันธ์พงศ์ กล่าวถึง ความยากลำบากในการนำเสนอข่าวพอสมควร กับข้อห้ามต่างๆ แต่เชื่อว่าเพื่อนสื่อมวลชนที่เข้ารับฟังวันนี้ จะเข้าใจ และสามารถนำไปอธิบายขยายความต่อประชาชนได้ อย่างไรก็ตามการจะสื่อถึงเรื่องนี้ให้ได้ผล ให้ประชาชนเข้าใจ และมาลงประชามติกันมากๆ อยู่ที่ข้อมูลข่าวสารน่าเชื่อถือ ช่องทางการนำเสนอที่เหมาะสม และรวดเร็ว และทำตัวเป็นกลาง เพื่อให้การไปออกเสียงร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้มากที่สุด เพราะเหลือเวลาอีกเพียง 5 สัปดาห์กว่า นับถึงวันนี้เพียง 36 วันเท่านั้น.

บุณย์ มหาฤทธิ์ / รายงาน