หน้าหลัก » เคาะสนิม

หนาวจากไปแล้ว

Author by 1/02/16No Comments »

           เคาะสนิม180     ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่จดจำกันได้ดี คือ ก่อนฝนจะมา สภาพอากาศมักร้อนอบอ้าวอันเนื่องจากลมพัดสอบให้มวลอากาศร้อนผ่านเข้ามา เวลาอากาศหนาวจัดมาท้องฟ้าจะหลัวและมีฝนเล็กๆ ตอนอุณหภูมิต่ำสุด 9-10 องศาเซลเซียสในตัวเมืองเชียงใหม่เช้าวันที่ 25 มกราคมนั้น ที่ดอยอินทนนท์สูงถึง 8 องศาฯไม่ได้ติดลบแต่อย่างใด สาเหตุเพราะมีฝนตกร่วมด้วย จึงไม่หนาวยะเยือกจนเห็นน้ำค้างแข็งดังที่เข้าใจ

บ่ายวันที่ 28 มกราคม ความกดอากาศสูงแผ่วลงเริ่มเห็น        ดวงอาทิตย์ตอนบ่ายสามโมง จากนั้นก็เริ่มเข้าสู่สภาวะปกติ แต่พยากรณ์    ของอุตุนิยมวิทยาระบุไว้ชัด พออากาศอุ่นขึ้นก็จะมีหมอกหนา และหนาจัดบางพื้นที่ตามมาทันที อันนี้เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปี       หมอกที่เกิดขึ้นไม่เหมือนหมอกควันจากเผาป่า เป็นหมอกเหมยจากสภาพอากาศหนาว ที่ อ.เชียงดาว ที่เป็นแอ่งกระทะมีดอยล้อมรอบ ถือเป็นเมืองที่มีหมอกหนาที่สุด

เมืองเชียงใหม่ก็เป็นแอ่งกระทะกว้าง ดอยสูงล้อมด้านตะวันตก ส่วนด้านใต้ไม่มี ด้านตะวันออกมีดอยเตี้ย ๆ แต่ก็มีหมอกหนาจัด อย่างเหตุการณ์เช้าตรู่ 29 มกราคม ขนาดเครื่องบินลงไม่ได้ตั้ง 15 ลำ บางลำบินไปลงเชียงรายแทน จนกระทั่งหลัง 09.30 น.จึงเข้าสู่ปกติ สรุปว่าหมอกแบบนี้มากับหนาวน่าสัมผัส ต่างกับหมอกควันไฟป่ามากับสภาพความแห้งแล้ง และกลิ่นเหม็น เป็นที่น่ารังเกียจ

อย่างไรก็ตาม วกกลับไปเรื่องวันหนาวที่สุด 24-26 มกราคม 2559 อีกที เช้าเย็นทั้งสามวัน อาชีพที่มีโชคดีสุดคือขายน้ำเต้าหู้-ปลาท่องโก๋ โจ๊ก และข้าวต้มขายเกลี้ยงภายในไม่กี่ชั่วโมง คราวหน้าถ้ามวลอากาศเย็นมีกำลังแรงแบบนี้แผ่ลงมาจากจีนอีก เตรียมของไว้มาก ๆ มีเท่าไรคนก็อุดหนุน รวมถึงร้านอาหารพิเศษประเภท “แพะตุ๋น” แวะผ่านไปตลาดป่าเห็วลำพูน เลยไปชม “ร้านพวงทองแพะตุ๋น”ของเฮียฉลอง-เจ๊พิกุล ศรีรัตนกุณชัย ถึงได้ทราบว่าคนนิยมทานแพะตุ๋นตอนหน้าหนาวมากที่สุด

ตรงข้ามกับความรื่นรมย์ชื่นชอบอากาศหนาวได้แต่งตัวอวดกัน สาวนักเรียนนอกบางคนขนเสื้อผ้า รองเท้าบู้ธออกมาใส่ครั้งแรกในรอบหลายสิบปี เห็นจะเป็นความทุกข์ความยากลำบากของคนบนดอย โดยเฉพาะดอยสูงที่อำเภออมก๋อย ห่างตัวเมืองเชียงใหม่ 180 กม. มีคนส่งภาพพร้อมบรรยายมาว่า “ยังมีถนนแบบนี้ในเมืองไทยอยู่ครับ” เป็นถนนลูกรังทางไปโรงเรียนบ้านทาไคร้ ถูกฝนถล่มกลายเป็นโคลนรถวิ่งไม่ได้ นักเรียนและชาวบ้านต้องเดินเท้าหลายกิโลเมตร เห็นแล้วน่าสงสารทั้งหนาวทั้งเปียกและเปรอะโคลน…

                หนาวจัดมาเยือนสั้น ๆ ไม่กี่วันก็จากไปแล้ว คนไทยถือว่ายังโชคดีไม่เหมือนหลายประเทศยังจมอยู่ใต้กองหิมะอยู่เลยครับ.