หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

ปราบยาเสพติดเชียงใหม่ผลงานเยี่ยม

Author by 1/09/06No Comments »

ศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ (ศตส.จ.ชม.) โชว์ผลการปฏิบัติงานรวมพลังไทยทั้งชาติ ขจัดยาเสพติด ตามนโยบายของรัฐบาล ช่วงระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนสิงหาคมนี้ ได้ยอดเยี่ยมเกินเป้าหมายที่ตั้งไว้

โดยทำผลงานทั้งด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดของจังหวัด ตามมาตรการหลัก 4 ด้าน จึงได้รับมอบโล่ประกาศเกียรติคุณจาก ศูนย์ต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดแห่งชาติ เมื่อเดือนมิถุนายนนี้ โดยมี นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผวจ.เชียงใหม่ และ พล.ต.ต.จิรุจจ์ พรหโมบล ผบก.ตำรวจภูธร จ.เชียงใหม่ เข้ารับมอบโล่จาก พล.ต.อ.ชิงชัย วรรณ-สถิตย์ รองนายกรัฐมนตรี ที่สโมสรตำรวจ กรุงเทพฯ

เป็นผลงานด้านการปราบปราม และผลงานด้านการบำบัดรักษา รวม 2 รางวัล

นายอรรถชา กัมปนาทแสนยากร แห่งศูนย์ปฏิบัติการต่อสู้เพื่อเอาชนะยาเสพติดจังหวัดเชียงใหม่ เผยว่า ในช่วงปฏิบัติการรวมพลังไทยทั้งชาติ ขจัดยาเสพติด เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายทั้งทหาร, ตำรวจ และ ฝ่ายข้าราชการพลเรือน ในจังหวัดเชียงใหม่ ได้ประสานการปฏิบัติงานป้องกันปราบปรามอย่างจริงจังเข้มแข็ง

ทำให้ผลงานที่ปรากฏเกินเป้าหมายแทบทุกรายการ เริ่มจากการจับกุมนักค้ารายสำคัญ ที่ตั้งเป้าไว้ 16 ราย แต่เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมได้ถึง 46 ราย ส่วนนักค้ารายย่อย ตั้งเป้าไว้ 150 ราย จับกุมได้จำนวน 817 ราย รวมของกลางยาบ้า 396,754 เม็ด, ฝิ่น 1,243 กรัม, กัญชา 3,766 กรัม และ ยาอี 70 กรัม

ด้านการติดตามจับกุมนักค้ายาเสพติด ตามที่ศาลได้ออกหมายจับไว้ ตั้งเป้าต้องให้ได้ไม่ต่ำกว่า 97 ราย เจ้าหน้าที่ตามจับกุมได้ทั้งสิ้น 163 ราย ส่วนการยึดตรวจสอบทรัพย์สิน ของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตั้งเป้ายึด 30 ราย สามารถติดตามตรวจยึดได้ถึง 39 ราย จำนวน 58 คน ทรัพย์สิน 59,983,180 บาท

การนำผู้ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษาด้วยความสมัครใจ ตั้งเป้าไว้จำนวน 800 คน แต่ปฏิบัติการได้ต่ำกว่าเป้า เพียง 618 คนเท่านั้น ถือว่าผ่านเกณฑ์ สำหรับการบังคับให้ผู้ติดยาเสพติดเพื่อบำบัดรักษา ตามเป้าต้องได้ 180 คน ผลปรากฏว่าได้เกินเป้ารวม 459 คน

นายอรรถชา เผยอีกว่า ในปี 2549 จังหวัดเชียงใหม่ มีหมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็ง สามารถเอาชนะยาเสพติดได้จำนวน 2,053 หมู่บ้าน 80 ชุมชน แยกเป็นหมู่บ้านประเภท ก.จำนวน 1,960 หมู่บ้านและชุมชน หมู่บ้านประเภท ข.173 หมู่บ้านและชุมชน

เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2548 ที่ผ่านมา ปรากฏว่าในปี 2549 เชียงใหม่มีหมู่บ้านประเภท ก.เพิ่มขึ้นจากปีก่อน จำนวน 329 หมู่บ้านและชุมชน คิดเป็นร้อยละ 66 อย่างไรก็ตามในปี 2550 ได้วางเป้าหมายให้มีหมู่บ้านเข้มแข็งในประเภท ก.เพิ่มขึ้นอีก

หมู่บ้านและชุมชนเข้มแข็งของเชียงใหม่ ครอบคลุมทั้งจังหวัดรวม 2,133 แห่ง เป็นหมู่บ้านและชุมชนที่มีผู้เสพยาเสพติดหมู่บ้านละไม่เกิน 3 คน ต่อประชาชน 1,000 คน คิดเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ตามเกณฑ์ของ กพร.ที่กำหนดไว้

ในด้านการปฏิบัติการรวมพลังไทยทั้งชาติ ขจัดยาเสพติด ที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นไปในเดือนสิงหาคมนี้ สามารถทำให้หมู่บ้านพัฒนายั่งยืนในเชียงใหม่ เพิ่มขึ้นเกินกว่าเป้าที่ตั้งไว้ จากจำนวน 240 หมู่บ้าน เป็น 255 หมู่บ้าน

นายอรรถชาเผยอีกว่า แม้แผนการปฏิบัติงานรวมพลังไทยทั้งชาติ ขจัดยาเสพติดของเชียงใหม่ จะผ่านพ้นไปแล้ว เจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นทหาร, ตำรวจ และ ข้าราชการพลเรือน ก็ยังคงเดินหน้าในการกวาดล้างปราบปรามยาเสพติดไม่หยุดยั้ง

เนื่องจากทุกฝ่ายและทุกคนต่างรู้ดีว่า ยาเสพติดเป็นมหันตภัยร้ายแรง ที่ทำลายประชาชนและเยาวชน ตลอดจนทำลายเศรษฐกิจของประเทศชาติอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับเชียงใหม่ เป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตติดชายแดนเพื่อนบ้าน จึงกลายเป็นเส้นทางผ่านของยาเสพติด เพื่อไปสู่ประเทศที่สาม

ดังนั้นเจ้าหน้าที่จะต้องผนึกกำลังกันสกัดกั้นด้วยความเข้มแข็งตลอดเวลา แม้ว่าจะไม่สามารถให้ยาเสพติดหมดสิ้นไปได้ในเวลาที่รวดเร็ว จากมาตรการป้องกันที่เข้มข้นของเจ้าหน้าที่ คงจะทำให้เป็นที่อุ่นใจได้ว่า การระบาดของยาเสพติดในผืนแผ่นดินไทย คงจะเบาบางลงไปได้บ้าง.

อินสม ปัญญาโสภา …. รายงาน.