หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

พิธีส่งสการแบบประเพณีลานนา พระครูมนุญธรรมาภรณ์ วัดมหาวัน

Author by 21/03/15No Comments »

 พระครูมนุญธรรมาภรณ์01         พระสงฆ์อายุพรรษาสูง 60 พรรษาขึ้นไปในจังหวัดเชียงใหม่ ล้วนแต่สร้างคุณูปการต่อพระพุทธศาสนา และพัฒนาสังคมมายาวนาน เพราะหากนับอายุท่าเหล่านั้นอยู่ระดับ 80-100 ปี อุปสมบทมาแล้วกว่าครึ่งศตวรรษ ในจำนวนนั้นมีหลายรูปที่ท่านยังเป็นที่พึ่งของศรัทธา ศิษยานุศิษย์ในปัจจุบัน และที่เพิ่งมรณภาพลงไม่นานนี้รูปหนึ่ง คือ พระครูมนูญธรรมาภรณ์ (อิ่นคำ ฐานังกโร) อายุ 96 ปี พรรษา 75 อดีตเจ้าอาวาสวัดมหาวัน ถนนท่าแพนี่เอง

พระครูมนูญธรรมาภรณ์ เป็นพระมหาเถระที่ไม่เพียงแต่มีอายุพรรษาสูงบรรพชาเป็นสามเณร เมื่ออายุ 15 ปี และครบกำหนดก็อุปสมบท รวมเวลาในผ้ากาสาวพัตร์นานถึง 80 ปีเท่านั้น หากแต่ท่านยังเป็นพระสอนนักธรรม นักเทศน์ นักสวดมนต์ เกจิอาจารย์ที่ยึดแบบเบ้าโบราณลานนาในพิธีกรรมต่าง ๆ งานบริหารคณะสงฆ์ก็เป็นเจ้าคณะอำเภอมาเมื่อ 50 ปีก่อน ท่านละสังขารลงเมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2556 คณะสงฆ์ และคณะศรัทธาวัดมหาวันได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 7 วัน ทำบุญ 50 วัน 100 วัน และครบรอบ 1 ปีมาโดยลำดับ

บัดนี้ มติที่ประชุมคณะสงฆ์และคณะศรัทธา มีพระครูพัทธนาธิมุติ รักษาการเจ้าอาวาสวัดมหาวัน และเจ้าคณะตำบลช้างคลานร่วมกับพระธีรวัตร ขัตติโย พระลูกวัดวัดมหาวัน เห็นสมควรในการบำเพ็ญกุศล และประชุมเพลิงตามแบบประเพณีลานนาขึ้นในระหว่างวันพุทธที่ 25 ถึงวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2558 ณ วัดมหาวัน ถ.ท่าแพ อ.เมือง จ.เชียงใหม่

สำหรับประวัติพระครูมนูญธรรมาภรณ์ (อิ่นคำ ฐานังกโร) เกิดเมื่อวันที่ 8 มกราคม 2460 วันพุธขึ้น 7 ค่ำ เดือน 4 เหนือปีมะเมีย (ปีสะง้า) ณ บ้านพวกเปีย (บางแห่งว่าใกล้วัดธาตุคำ) ต.หายยา อ.เมืองเชียงใหม่ บิดามารดาชื่อนายอุ่นเรือน-นางบัวฝ้าย สุวรรณบาลี ปี 2474 มีพี่น้องด้วยกัน 4 คนเป็นฝาแฝดพี่ชายสองคน และฝาแฝดกับท่านพระครูหนึ่งคนเสียชีวิตตั้งแต่แรกเกิด รวมทั้งบิดา-มารดาก็ถึงแก่กรรมลงเมื่อท่านอายุได้ 6 ขวบเท่านั้น ท่านจึงย้ายมาอยู่กับญาติชื่อน้าฟองนวล ใกล้วัดมหาวันแล้วเดินไปโรงเรียนวัดดอกเงิน ต.ช้างม่อย จนสำเร็จวิชาสามัญชั้น ป.4 พออายุ 15 ปีก็ได้เข้าบรรพชาเป็นสามเณร ณ วัดมหาวัน มีเจ้าอธิการอินถา อินโท เจ้าอาวาสวัดมหาวันสมัยนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2475 ต่อมาอายุ 22 ปี วันที่ 24 พฤษาภาคม 2472 ก็เข้าอุปสมบท ณ พัทธสีมาวัดมหาวัน มีพระโพธิรังสี (ศรีโหม้ คันธาโร) วัดศรีดอนไชย รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่สมัยนั้นเป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูศีลสารโสภณ วัดเชตะวัน เป็นพระกรรมวาจารย์ และพระศรีวิชัย วัดอู่ทรายคำ เป็นพระอนุสาวนาจารย์

พอบวชแล้วก็หมั่นท่องบทสวดมนต์ และเล่าเรียนปริยัติธรรมกระทั่งสอบได้นักธรรมชั้นเอก สำนักเรียนวัดพันอ้นในปี 2486 จากนั้นจึงเริ่มเป็นครูสอนนักธรรม ปี 2495 ได้เป็นกรรมการโรงเรียนปริยัติธรรมวัดบุพพาราม และเป็นผู้นำประโยคบาลีขั้นต้นสอนตามอำเภอต่าง ๆ พ.ศ.2497 ได้เป็นศึกษาธิการอำเภอพร้าว และปี 2497 เป็นกรรมการตรวจสอบธรรมสนามหลวงของจังหวัดเชียงใหม่ งานด้านการปกครอง พ.ศ.2489 เป็นเจ้าอาวาสวัดมหาวัน 2494 เป็นกรรมการคณะสงฆ์อำเภอเมืองเชียงใหม่ ปี 2508 รับแต่งตั้งเป็นผู้รักษาการเจ้าคณะอำเภอพร้าว 2510 เป็นพระอุปัชฌาย์ กระทั่งปี 2534 อายุพรรษามาแล้วจึงเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะอำเภอพร้าว

ทางด้านงานเผยแผ่ ตั้งแต่ปี 2508 เป็นต้นมาได้เป็นพระธรรมทูตสาย 4 ออกปฏิบัติงานร่วมคณะธรรมทูตอบรมศีลธรรมประชาชนตามอำเภอต่างๆในจังหวัดเชียงใหม่ ขณะเดียวกันงานด้านสาธารณูปการก็ไม่ได้ทอดทิ้ง ปี 2494 เป็นสาธารณูปการอำเภอเมือง 2500 เป็นประธานสร้างศาลาสามัคคีธรรม ต่อมาได้บูรณะหอพระไตรปิฏกของวัดมหาวันซึ่งสวยงามมาก รวมทั้งการบูรณปฏิสังขรณ์สิ่งก่อสร้างในวัดมหาวัน และวัดอื่นๆอีกเป็นอันมาก ท่านได้รับพระราชสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรในราชทินนามที่ “พระครูมนูญธรรมาภรณ์” เมื่อปี 2500 และได้เลื่อนเป็นเจ้าคณะอำเภอชั้นเอกในปี 2520 ในราชทินนามเดิม

พระครูมนุญธรรมาภรณ์3       ส่วนประวัติวัดมหาวัน เดิมชื่อวัดมหาวนาราม เพราะเดิมเป็นป่าที่ประชาชนเดินจากวัดพระสิงห์ไปยังท่าน้ำปิง แต่ไม่ปรากฏว่าสร้างในปี พ.ศ.ใด สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นยุคสมัยพญาเมืองแก้ว ในสมัยนั้นมีชาวไทใหญ่ และต่องซูมาพักอาศัยบริเวณนั้น เพื่อชักลากไม้ให้กับชาวอังกฤษ ได้เข้าอุปถัมภ์ก่อสร้างวิหาร กุฏิสงฆ์ โดยเฉพาะวิหารแบบพม่า ซึ่งเรียกชื่อว่า “วิหารป๊กเต๊ก(ตึกน้อย) อยู่ด้านตะวันตกของวัด สร้างโดยพ่อเลี้ยงหม่องปิ๊ด ชาวพม่า เป็นวิหารทรงแปลกที่ปรากฏแห่งเดียวในเชียงใหม่

พระครูมนูญธรรมาภรณ์ เล่าเมื่อตอนมีชีวิตอยู่ว่า หลังจากท่านจบนักธรรมเอกแล้ว ได้เป็นครูสอนนักธรรมอยู่สองแห่งคือวัดเชตวัน และวัดพันตอง สมัยนั้นวัดมหาวันมีเจ้าอธิการสม มาจาก อ.สารภี เป็นเจ้าอาวาส และเป็นเจ้าคณะอำเภอเมืองเชียงใหม่ พอมรณภาพลงมีพระสมบูรณ์เป็นเจ้าอาวาส แต่ได้ลาสิกขาไป ทางคณะสงฆ์จึงแต่งตั้งให้ท่านเป็นเจ้าอาวาสตั้งแต่ พ.ศ.2489 เป็นต้นมา…

          ดังนั้น ในระหว่างวันที่ 25-29 มีนาคม 2558 คณะสงฆ์ คณะศิษยานุศิษย์ และศรัทธาประชาชนชาวเชียงใหม่ จึงจะได้ร่วมกันบำเพ็ญกุศลศพ และส่งสการท่านพระครูตามแบบเบ้าลานนาประเพณี วัดมหาวัน .ท่าแพ งานนี้เชิญชวนร่วมกันเป็นเจ้าภาพตามจิตศรัทธา รวมทั้งตั้งโรงทานตลอด 5 วันดังกล่าว สอบถามรายละเอียดและแจ้งความประสงค์ได้ที่พระธีรวัตร ขัตติโย วัดมหาวัน โทรศัพท์ 089-8525104

บุณย์ มหาฤทธิ์ /รายงาน