หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย

Author by 13/05/06No Comments »

ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จ.เชียงใหม่ นอกจากจะมีหน้าที่หลักในด้านการดูแลเศรษฐกิจการเงินของประเทศแล้ว ยังมีบทบาทสำคัญในฐานะเป็นองค์กรหนึ่ง ที่ให้การสนับสนุนการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม ด้วยการจัดตั้งพิพิธภัณฑ์ สำหรับเป็นแหล่งการศึกษาเรียนรู้ ของนักเรียน, นักศึกษา และ ประชาชนอีกทางหนึ่ง

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ จัดตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้เป็นศูนย์กลางการเผยแพร่ความรู้ด้านเงินตราและผ้าไท มีการจัดแสดงที่เชื่อมโยงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของเงินตรากับผ้า ซึ่งต่างก็มีความสำคัญต่อการดำรงชีวิต และระบบเศรษฐกิจ ในฐานะเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนมาตั้งแต่อดีต

เงินตราที่นำมาแสดงให้ชมในพิพิธภัณฑ์ของธนาคาร มีมากมายหลายชนิด เริ่มตั้งแต่เงินตราสมัยอาณาล้านนา ที่พญามังรายทรงสถาปนาอาณาจักรแห่งนี้ขึ้น เมื่อพุทธศตวรรษที่ 19 และบางส่วนได้เข้ารวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศไทย ในพุทธศตวรรษที่ 24

ครั้งนั้นมีเชียงใหม่เป็นเมืองหลวง และเป็นศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญของอาณาจักรล้านนา จึงมีระบบเงินตราเป็นของตนเอง ประกอบด้วย เบี้ย, เงินท้อก, เงินใบไม้ หรือ เงินส้ม, เงินท้อกน่าน, เงินท้อก เชียงใหม่, เงินวงตีนม้า, เงินหอยโข่ง, เงินปากหมู

นอกจากนี้ยังมี เงินดอกไม้ หรือ เงินผักชี เป็นเงินตราที่มีเนื้อเงินมากกว่าโลหะอื่น ในเนื้อมีลายรูปเหมือนดอกไม้ แบ่งเป็นชนิดหนาและชนิดบาง มีขนาดต่างๆ กัน เป็นเงินตราที่อาณาจักรล้านนาผลิตขึ้นใช้เอง และที่มาจากสหภาพพม่า

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ยังได้รวมรวมเงินตราร่วมสมัย ที่มีการนำมาใช้จ่ายในอาณาจักรล้านนา มีเงินตราของจีนที่นำมาใช้ชำระสินค้าตามชายแดน ได้แก่ เงินไซซี, เงินพดด้วง จากอาณาจักรสุโขทัย, อยุธยา, ธนบุรี และ รัตนโกสินทร์

ทางด้าน “ผ้าไท” ที่นำมาแสดงไว้ในพิพิธภัณฑ์ ล้วนแต่เป็นผ้าสำคัญที่เป็นเครื่องบ่งชี้ความเป็นมาแห่งเชื้อชาติ สะท้อนสภาพเศรษฐกิจ, สังคม, ความเชื่อ, ศาสนา และ วัฒนธรรม ตลอดจนพัฒนาการทางภูมิปัญญาของคนไทยในสมัยโบราณ

ผ้าแต่ละผืนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อันเนื่องมาจากวีธีการทอที่สร้างลวดลายเนื้อผ้าขึ้นให้มีความแตกต่างกัน ด้วยเหตุนี้คนไทยจึงนิยมเรียกชื่อผ้าตามวิธีการผลิต เช่น ผ้าขิด, ผ้าจก, ผ้ายก, ผ้ามัดหมี่ เป็นต้น

ผ้าพื้นเป็นสิ่งทอที่มีโครงสร้างง่ายที่สุด คือมีเส้นพุ่ง และเส้นยืนสลับกันเท่านั้น แต่ก็เป็นผ้าที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ไม่มีการตกแต่งหรือใช้สีสันลวดลายที่ซับซ้อน ถ้าเป็นฝ้ายก็มักจะเป็นชุดนุ่งห่มทำงาน และถ้าเป็นไหมก็มักจะใช้สำหรับโอกาสพิเศษ บ่อยครั้งการทอผ้าสีหรือผ้าพื้นมีการทอเส้นพุ่งและเส้นยืนที่มีสีตัดกัน ทำให้เกิดสีเหลือง นิยมใช้เป็นผ้านุ่งและห่มของคนทั่วไป

ในพิพิธภัณฑ์ยังมีผ้าชนิดอื่นๆ อีกมาก เช่น ผ้ายกดิ้น ใช้วัสดุสิ่งทอที่มีราคาแพง เป็นที่นิยมของชนชั้นสูง เพราะมีความสวยงามเป็นพิเศษ นอกจากนี้ยังมีผ้ามัดหมี่ ของกลุ่มไทลาวแถบอีสาน ไทลื้อในจังหวัดน่าน และลาวครั่งในแถบภาคเหนือตอนล่าง

รวมทั้งผ้าขิด ซึ่งเป็นเทคนิคการทอที่เพิ่มเส้นด้ายพุ่งพิเศษบนผืนผ้า ผ้าจกมีเทคนิคการเพิ่มด้านพุ่งพิเศษบนผ้าเรียบ ยกเส้นด้ายยืนแล้วพุ่งเส้นด้ายเพิ่มพิเศษผ่านเส้นด้ายยืนเป็นช่วงๆ และยังมีผ้าเกาะ หรือ ผ้าล้วง มาแสดงด้วย

พิพิธภัณฑ์ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ตั้งอยู่อาคารอเนกประสงค์ บริเวณธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ ถนนโชตนา ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่

เปิดให้ผู้สนใจทั่วไปเข้าชม ระหว่างเวลา 9-12 น. และเวลา 13-16 น. ตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันเสาร์ เว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ติดต่อเข้าชมล่วงหน้าได้ที่ โทร.0-5393-1182 ถึง 3 โทรสาร 0-5322-4171

อินสม ปัญญาโสภา …. รายงาน