หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

พิพิธภัณฑ์มีชีวิต เรื่อนโบราณล้านนา

Author by 26/01/07No Comments »

สำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 2 กค.2536 มีวัตถุประสงค์เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม อันเป็นรากฐานสำคัญของชาติ สนับสนุน และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมระดับท้องถิ่น, ระดับชาติ และระดับนานาชาติ
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอาณาเขตล้านนา ซึ่งเป็นแหล่งสะสมศิลปวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของโลก มีประวัติศาสตร์และมรดกอันทรงคุณค่าตกทอดตั้งแต่บรรพบุรุษมายาวนานถึง 710 ปี
การอนุรักษ์ “เรือนโบราณล้านนา” จึงเป็นกิจกรรมหนึ่ง ตามวัตถุประสงค์ของสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มช. เริ่มต้นด้วยการสำรวจเรือนเก่าแก่ที่ควรอนุรักษ์ไว้ พร้อมกับหาช่องทางรื้อถอน ย้ายมาปลูกสร้างใหม่ ในบริเวณที่ตั้งของสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม ทำเป็นพิพิธภัณฑ์แบบมีชีวิต
จากผลงานที่ดำเนินการที่ผ่านมามาจนถึงปัจจุบัน ได้รวบรวมเรือนโบราณประเภทต่างๆ ในหลายพื้นที่มาปลูกสร้างไว้ที่สำนักส่งเสริมฯ จำนวน 7 หลัง ได้แก่ เรือนคิวริเปอล์ หรือ เรือนลุงคิว เป็นอาคารรูปทรงอิทธิพลสถาปัตยกรรมตะวันตก ทรงอาณานิคม หรือแบบโคโลเนียล
ตามประวัติกล่าวว่า อาคารหลังนี้สร้างขึ้นในราวปี 2465 บริเวณที่ตั้งสำนักส่งเสริมฯ ปัจจุบัน เจ้าของเดิมชื่อ Mr. Arther Lionel Queripel เมื่อเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 บ้านและที่ดินของนายคิวริเปอล์ตกเป็นของรัฐ กระทั่งต่อมารัฐได้ยกให้เป็นสมบัติของมหาวิทยาลัยเชียงใหม่
หลังที่สองคือ เรือนไทลื้อ หรือ หม่อนตุด เดิมเป็นของอุ๊ยตุด ตั้งอยู่บ้านลวงเหนือ ต.ลวงเหนือ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ สร้างประมาณปี 2460 เป็นเรือนไม้ขนาดกลาง ลักษณะสองหลังหน้าเปียง มูลนิธิจุมภฏ-พันธ์ทิพย์ ออกเงินจัดซื้อย้ายมาปลูกสร้างที่สำนักส่งเสริมฯ เมื่อปี 2536
หลังที่สาม เรือนกาแล หรือ อุ๊ยผัด สร้างประมาณปี 2460 ที่ อ.จอมทอง จ.เชียงใหม่ ลักษณะเด่นของเรือนหลังนี้คือ มีหัมยนต์ติดบริเวณด้านบนของประตูห้องนอน เพื่อทำหน้าที่เป็นยันต์อันศักดิ์สิทธิ์ คอยป้องกันและขับไล่อันตรายต่างๆ จากภายนอก ไม่ให้เข้าสู่บ้านเรือน มูลนิธิจุมภฏ-พันธ์ทิพย์ และ นายศิริชัย นฤมิตรเรขการ ให้การสนับสนุนจัดซื้อ รื้อถอนมาสร้างที่สำนักส่งเสริมฯ เมื่อปี 2537
หลังที่สี่ เรือนพื้นบ้านล้านนา “อุ๊ยแก้ว” เดิมเป็นของ อุ๊ยอิ่นและอุ๊ยแก้ว ธาระปัญญา อยู่บ้านสันต๊กโต (สันติธรรม) แจ้งหัวลิน ใกล้กับถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ นายวิถี พานิชพันธ์ ซื้อเรือนหลังนี้มอบให้สำนักส่งเสริมฯ นำมาสร้างเมื่อปี 2540
หลังที่ห้า เรือนกาแล “พญาวงศ์” เป็นเรือนไม้ใต้ถุนสูง หลังคาทรงหน้าจั่ว มีลักษณะเดิมคือ “กาแล” เป็นเครื่องหมายความเป็นสิริมงคล อยู่ที่ อ.ป่าซาง จ.ลำพูน สร้างประมาณปี 2440 มูลนิธิ ดร.วินิจ-คุณหญิงพรรณี วินิจนัยภาค ให้การสนับสนุนจัดซื้อมาปลูกที่สำนักส่งเสริมฯ เมื่อปี 2541
ยุ้งข้าว หรือ “หลองข้าว” ของเรือนกาแล พญาวงศ์ เป็นองค์ประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับเรือนของชาวล้านนา ใช้เก็บข้าวเปลือกไว้กินตลอดปี มีลักษณะเฉพาะเป็นอาคารไม้ใต้ถุนสูง มีระเบียงโดยรอบ นางแจ่มจิตต์ เลาหวัฒน์ และครอบครัว จัดซื้อแล้วรื้อถอนมาปลูกสร้างที่สำนักส่งเสริมฯ เมื่อปี2542
หลังที่หก เรือนชาวเวียงเชียงใหม่ “พญาปงลังกา” เป็นเรือนไม้ขนาดกลาง ลักษณะเป็นเรือนหลังคาทรงจั่วสองจั่วเหลื่อมกัน ระหว่างชายคาของเรือนทั้งสองเชื่อมต่อกันเป็นรางน้ำฝน เรียกว่า “ฮ่องลิน” เดิมอยู่ในเขตกำแพงเมืองเชียงใหม่ สร้างในราวปี 2439 เจ้าของเดิมคือ พญาปงลังกา มอบเรือนหลังนี้ไว้ให้ลูกหลานอยู่สืบทอดกันมา 5 รุ่น
ต่อมา นายจรัส วณีสอน และน้องๆ ได้มอบเรือนหลังนี้ให้มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยมูลนิธิจุมภฏ-พันธ์ทิพย์ ได้สนับสนุนนำมาสร้างใหม่ที่สำนักส่งเสริมฯ เมื่อปี 2547
หลังที่เจ็ด เรือนทรงปั้นหยา หลวงอนุสารสุนทร เป็นเรือนไม้ขนาดใหญ่สองชั้น หลังคามุงกระเบื้องดินเผา หรือ ดินขอ ลกษณะทรงปั้นหยาเหลื่อมซ้อนกันอย่างลงตัวผสมผสานกับหลังคาทรงจั่ว หลวงอนุสารสุนทร และ นางคำเที่ยง ชุติมา สร้างให้ นพ.ยงค์ ชุติมา บุตรหลานเมื่อประมาณปี 2467 ตั้งอยู่บริเวณตลาดอนุสารปัจจุบัน ต่อมาทายาทได้มอบนี้ มช. โดยมูลนิธิจุมภฏ-พันธ์ทิพย์ สนับสนุนนำมาจัดสร้างในสำนักส่งเสริม เมื่อปี 2547

นายสนั่น ธรรมธิ ข้าราชการ-นักวิชาการสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มช. ชี้แจงว่าการ รื้อถอนเรือนโบราณทุกหลังนำมาปลูกสร้างใหม่ที่สำนักส่งเสริมฯ ได้มีการอนุรักษ์รูปแบบเดิมของเรือนทุกหลังไว้ทุกประการ ไม่ให้มีการเปลี่ยนแปลงไป

ภายในพิพิธภัณฑ์เรือนโบราณ มีการสาธิตการทำหัตถกรรมพื้นบ้านที่สวยงามและทรงคุณค่าในอดีตให้ผู้เข้าชมได้ศึกษา เช่น การย้อมผ้าด้วยวัตถุดิบจากธรรมชาติ การทอผ้าด้วยกี่เอว การทำเครื่องเงิน การฉลุลายผ้าและกระดาษสาเป็นลวดลายต่างๆ เพื่อนำไปประดับตกแต่งอาคารบ้านเรือน โดยฝีมือของสล่าจากชมรมสล่าล้านนา ซึ่งมีความประณีตงดงามมาก

ผลิตภัณฑ์เหล่านี้นอกจากจะมีการสาธิตแล้ว ยังจัดจำหน่ายแก่บุคคลทั่วไปในราคาย่อมเยา ปรากฏว่าได้รับความสนใจและเลือกซื้อเป็นของฝากจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างประเทศจำนวนมาก

ผู้เข้าชมนอกจากจะได้สัมผัสกับเสน่ห์ของการท่องเที่ยวในเชิงอนุรักษ์แล้ว ยังจะได้เก็บเกี่ยวและเรียนรู้เรื่องราววัฒนธรรมล้านนาได้อย่างดี ทำให้เข้าใจสิ่งต่างๆ มองเห็นวิถีชีวิตคนล้านนาในอดีต สามารถนำไปปรับใช้กับชีวิตและสังคมได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต

เรือนโบราณล้านนา ของสำนักส่งเสริมศิลปวัฒนธรรม มช. ตั้งอยู่ถนนสุเทพ ด้านหน้าตลาดต้นพยอม ทิศตะวันตกติดกับถนนเลียบคลองชลประทาน ต.สุเทพ อ.เมือง เชียงใหม่ เปิดให้ผู้สนใจเข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 8.30-18 น. โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ.

อินสม ปัญญาโสภา …. รายงาน.