หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

ราชสดุดีพระเกียรติคุณพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

Author by 20/08/08No Comments »

ในช่วงที่บ้านเมือง เกิดความสับสน วุ่นวายคนในชาติแตกความสามัคคี ]แบ่งฝ่ายแบ่งเหล่า ผู้บริหารบ้านเมืองบางคนทุจริตโกงกิน เลยเถิดล่วงล้ำไปถึงขั้นละเมิดดูหมิ่นจ้องล้มล้างสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นกลอุบายของผู้ไม่หวังดีผลักดันให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาในประวัติศาสตร์ชาติไทย เนื่องในโอกาสคล้ายวันเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคมที่ผ่านมา จึงขอนำพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจที่สำคัญ อันควรนำมาเผยแพร่เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติคุณพระองค์ท่าน และเตือนสติต่อผู้ไม่หวังดีกับประเทศชาติดังนี้

พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหากษัตริย์องค์ที่ 7 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ทรงเป็นพระราชโอรสในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระศรีพัชรินทราบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันพุธที่ 8 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2436 เป็นพระราชโอรส องค์ที่ 76 ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2468 เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม พุทธศักราช 2484 สิริพระชนมพรรษา 47 พรรษา 6 เดือน 22 วัน สถิตอยู่ในสิริราชสมบัติ 9 ปี 3 เดือน 5 วัน

พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว พระองค์ท่านได้ทรงช่วยเหลือแบ่งเบาพระราชภารกิจของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวพระบรมเชษฐาธิราช เมื่อครั้งยังทรงดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้าฯ กรมขุนสุโขทัยธรรมราชา ซึ่งทรงปฏิบัติให้ ลุล่วงไปด้วยดีเป็นที่พอพระราชหฤทัย ครั้นเมื่อขึ้นครองสิริราชสมบัติ ในระบอบสมบูรณา-ญาสิทธิราชก็ได้ทรงโปรดเกล้าฯให้กำหนดแนวทางที่จะพัฒนาระบอบประชาธิปไตย เพื่อปลูกฝังให้ประชาชนมีความสำนึกทางการเมือง และรู้จักเลือกตั้งผู้แทนที่เห็นแก่ประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง โดยกำหนดไว้ 2 แนวทางคือ การจัดให้มีการปกครองท้องถิ่นในรูปเทศบาล การปรับปรุงสภาองคมนตรี เพื่อให้สภาองคมนตรีมีอำนาจยับยั้งต้านทานการใช้พระราชอำนาจในทางที่ผิดของพระเจ้าแผ่นดิน ซึ่งเป็นการสมัครพระราชหฤทัยที่จะจำกัดพระราชอำนาจของพระองค์เอง ซึ่งถือว่าเป็นก้าวแรกของการเตรียมการปกครองระบอบรัฐสภาที่จะมีขึ้นในอนาคต

นอกจากนี้ยังทรงโปรดเกล้าฯ ให้ร่างรัฐธรรมนูญขึ้น 2 ฉบับ เพื่อจะได้ทำการศึกษาว่าเหมาะสมกับประเทศไทยหรือไม่เพียงใด แต่ยังมิทันได้พระราชทานให้กับพสกนิกร ก็เกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดยคณะราษฎร์ขึ้นคณะราษฎร์ได้ทูลขอให้ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ ภายใต้รัฐธรรมนูญ ซึ่งไม่ทรงขัดเนื่องจากทรงมีพระราชประสงค์ที่จะเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยอยู่แล้ว และในวันที่ 10 ธันวาคม พุทธศักราช 2475 จึงได้พระราชทานรัฐธรรมนูญฉบับถาวรให้กับประชาชนชาวไทย ที่ พระที่นั่ง อนันตสมาคม ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกภายใต้รัฐ-ธรรมนูญ

ในด้านศิลปวัฒนธรรม ได้ทรง พระราชนิพนธ์เพลงไทยเดิม เช่น เพลงคลื่นกระทบฝั่ง เพลงราตรีประดับดาว และเพลงเขมรละออองค์ เป็นต้น นอกจากนี้ยังได้ทรงบันทึกภาพยนตร์การเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมพสกนิกรทั่วราชอาณาจักร และทรงสร้างภาพยนตร์เรื่อง “แหวนวิเศษ” และ “พระเจ้ากรุงจีน”

ในส่วนของกิจการพลังงาน ได้ทรงมีวิสัยทัศน์อันกว้างไกล โดยได้ทรงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้สงวนแหล่งถ่านลิกไนต์ ณ อำเภอแม่เมาะ จ.ลำปาง และที่อื่น ๆ ในประเทศไว้เพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2470 ดังความตอนหนึ่งในพระบรมราชโองการว่า

“ฉันเห็นว่าถึงเวลาอันสมควร ที่จะดำริรวบรวมบ่อถ่านศิลา ในพระราชอาณาจักรไว้สำหรับรัฐบาลทำเอง เพราะจะเป็นประโยชน์แก่บ้านเมืองต่อไปหาน้อยไม่ เพราะฉะนั้นต่อไปให้สงวนบ่อถ่านศิลาที่บ้านดอน ที่แขวงเมืองกระบี่ และที่แม่เมาะไว้สำหรับรัฐบาลตรวจทำ ถ้ามีผู้ใดมาขอ ประทานบัตรหรือสิทธิใดๆ ในเขตทั้งหลายที่กล่าวแล้ว จงแจ้งให้ทราบว่าเป็นที่ ๆ รัฐบาลสงวนไว้ใช้ราชการ”

นับได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการสงวนทรัพยากรธรรมชาติอันมีค่าของประเทศไว้และนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของประเทศในสมัยปัจจุบันอย่างแท้จริง เหตุวุ่นวายสับสนที่เกิดขึ้น จะทำให้เกิดความเสียหายอย่างใหญ่หลวงได้ จึงใคร่ขอติเตือน ให้ทุกคนละความชั่ว หันหน้ามาหากันปกป้องและใช้วิจารณญาณในการรับฟัง รับรู้ ในสิ่งที่ถูกที่ควรต่อไป.

ข้อมูลจาก ประชาสัมพันธ์เหมืองแม่เมาะ
ทีมข่าวลำปาง / รายงาน