หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

รำลึกถึง ๑๒ เมษายน วันสร้างแป๋งเมืองเจียงใหม่

Author by 13/04/07No Comments »

เชียงใหม่เป็นเมืองที่น่าอยู่ที่สุดเมืองหนึ่งของประเทศไทย เป็นเมืองซึ่งคนต่างถิ่นจำนวนมาก ตั้งใจยึดเป็นเรือนตาย นอกจากความเงียบสงบ ความใจดีมีน้ำใจของผู้คน ธรรมชาติที่สวยงาม อากาศดี (ในอดีต) มีโบราณสถานล้ำค่าแล้ว ยังเป็นเมืองเก่าแก่ที่น่าภาคภูมิใจ เป็นเมืองที่มีเศรษฐกิจขยายตัวอย่างต่อเนื่อง

กระทั่งมีคนจากถิ่นอื่นอพยพเข้ามาทำมาหากินเพิ่มจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ

แต่จะมีสักกี่คนทราบว่าพระญามังรายเป็นผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ และเมื่อวันที่ ๑๒ เมษายนของปีนี้ เมืองเชียงใหม่มีอายุครบรอบ ๗๑๑ ปี

มีกี่คนที่ทราบว่า “หอพระญามังราย” เป็นที่ซึ่งพระญามังรายต้องอสุนีบาตสวรรคตซุกซ่อนอยู่หลังอาคารพาณิชย์ ใกล้วัดดวงดี ถนนพระปกเกล้า ต.พระสิงห์ อ.เมืองเชียงใหม่ ไม่ใช่ที่บริเวณอนุสาวรีย์สามกษัตริย์ประดิษฐานอยู่ปัจจุบัน และไม่ใช่ที่ตั้งศาลพระญามังรายที่สี่แยกกลางเวียง

เมื่อ พ.ศ.๒๕๓๙ จังหวัดเชียงใหม่ จัดงานเฉลิมฉลอง ในโอกาสที่เมืองเชียงใหม่มีอายุครบรอบ ๗๐๐ ปี อย่างเอิกเกริกยิ่งใหญ่ แต่หลังจากนั้นก็ไม่ให้ความสำคัญต่อวันก่อตั้งเมืองอีกเลย

เนื่องจากวันสร้างแป๋งเมืองเชียงใหม่ใกล้กับเทศกาลปี๋ใหม่เมือง ซึ่งตรงกับสงกรานต์ของชาวภาคกลาง ทำให้งานส่วนใหญ่มุ่งไปที่การเฉลิมฉลองการขึ้นศักราชใหม่

คิดว่าคนเชียงใหม่ลืมวันสร้างแป๋งเมืองก็ไม่ใช่ คงเป็นเพราะส่วนใหญ่ไม่เคยทราบเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของเชียงใหม่มากกว่า

ที่ผ่านมาความรู้เรื่องท้องถิ่นมีจำกัด และเกือบจะไม่มีการถ่ายทอดสู่เยาวชนในสถานศึกษา เนื้อหาแบบเรียนวิชา “ท้องถิ่นของเรา” ที่เด็กในเชียงใหม่ได้เล่าเรียน คือความหมายของคำว่า “ท้องถิ่น” แต่ไม่ได้เรียนรู้สาระเกี่ยวกับจังหวัดและเมืองที่คนอยู่อาศัย ยิ่งทำให้แต่ละคนไม่เกิดสำนึกรักบ้านเกิด และไม่เห็นความสำคัญในการที่จะจัดงานระลึกถึงบรรพชน ที่มีส่วนการสร้างแป๋งเมืองเชียงใหม่ให้คนรุ่นหลังได้อยู่ดีกินหวานมาจนถึงทุกวันนี้

เมื่อเชียงใหม่มีอายุครบรอบ ๗๐๐ ปี ในปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ประชาชนได้เรียกร้อง ให้มีการดำเนินการรวม ๓ ข้อ คือ

๑.ขอให้ย้ายเรือนจำกลางเชียงใหม่ ออกไปจากที่ตั้งกลางเมือง ติดกับที่ว่าการอำเภอเมือง เพื่อทำการฟื้นฟูพื้นที่นั้นเป็น “ข่วงเวียงแก้ว” เป็นปอดของคนเชียงใหม่ เพราะตามประวัติในอดีตบริเวณเรือนจำกลาง เป็นที่ตั้งของหอคำเจ้าหลวง

แต่เมื่อเรือนจำถูกย้ายออกไปตามคำเรียกร้องของประชาชนแล้ว กลายเป็นทัณฑสถานหญิงมาตั้งแทน ใช้เป็นที่กักขังผู้ต้องหาหญิงจนถึงปัจจุบัน ๑๑ ปีผ่านไป กระทรวงมหาดไทยยังคงยึดครองพื้นที่ไว้ตามเดิม ชาวเชียงใหม่ยังไม่ได้ “ข่วงเวียงแก้ว” ตามที่เรียกร้องต้องการ

๒.ให้มีการปิดถนนอินทวโรรส บริเวณวัดสะดือเมือง เพื่อฟื้นฟูให้มีการสร้างวิหาร “หลวงพ่อขาว” ตามหลักฐานที่ได้จากการขุดค้น และพัฒนาเป็นวัดแบบวัดพระแก้ว ขณะนี้ถนนอินทวโรรสยังคงมีรถแล่นไปมาเป็นปกติ

๓.ขอให้มีการเปิดพื้นที่ด้านหน้า และพัฒนหอพระญามังรายให้สง่างาม สมกับเป็นสถานที่สวรรคตของพระญามังราย ผู้สร้างเมืองเชียงใหม่ ให้ประชาชนสามารถมองเห็นศาลจากถนนพระปกเกล้า เพื่อให้สมพระเกียรติกษัตริย์ล้านนาผู้ยิ่งใหญ่

แต่จนบัดนี้ยังไม่มีการขานรับคำเรียกร้องใดๆ เกี่ยวกับเรื่องนี้

ในโอกาสที่เชียงใหม่มีอายุครบรอบ ๗๑๑ ปี เมื่อวันที่ ๑๒ เมษายน ๒๕๕๐ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด ร่วมกับ สภาวัฒนธรรมจังหวัด, กลุ่มลูกหลานผู้สืบสานสกุลเจ้าเจ็ดตน, ชุมนุมฮักกำเมือง, ชมรมปักจทืนล้านนา, มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก, มูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่)

รวมทั้งเครือข่ายชาวพุทธจังหวัดเชียงใหม่, องค์การวุฒิอาสาธนาคารสมอง จ.เชียงใหม่, เครือข่ายแก้ปัญหาน้ำท่วมเชียงใหม่ทั้งระบบภาคประชาชน, กลุ่มศึกษาเรื่องเมือง, กลุ่มงานล้านนาคดีศึกษา, สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่, เจริญมอเตอร์กรุ๊ป จำกัด และ องค์กรอื่นๆ อีกหลายองค์กร

ทั้งหมดร่วมกันจัดงาน วันพระญามังรายสร้างแป๋งเมืองเจียงใหม่ครบ ๗๑๑ ปี ที่หอพระญามังราย หลังอาคารเทเลวิส ถนนพระปกเกล้า เจ้าดวงเดือน ณ เชียงใหม่ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัด เป็นประธานนำไหว้สา ด้วยเครื่องสักการะ

ต่อจากนั้น นายศรีเลา เกษพรหม เป็นผู้กล่าวโองการไหว้สาพระญามังราย รศ.ดร.ธเนศวร์ เจริญเมือง นักวิชาการมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ “อู้จ๋าเถิงพระญามังราย” และ นางสุรีย์พร คองประเสริฐ เจ้าของที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งหอพระญามังราย เล่าถึงการสร้างและการดูแลรักษาหอพระญามังราย

นับเป็นปีแรกที่บุคคลจากองค์กรต่างๆ ได้ร่วมกันจัดงานรำลึกถึงพระญามังราย กษัตริย์ผู้ทรงสร้างเมืองเชียงใหม่อย่างพร้อมเพรียง และมีความเห็นว่า ปีต่อไปจะจัดให้ยิ่งใหญ่สมพระเกียรติของผู้มีพระคุณต่อเมืองเชียงใหม่มากขึ้น.

ดวงจันทร์ อาภาวัชรุตม์ เจริญเมือง
เลขาธิการมูลนิธิสถาบันพัฒนาเมือง (เชียงใหม่).