หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

“ออน ธนียา” มีวันนี้เพราะพระคุณพ่อ

Author by 14/12/12No Comments »

ยังคงอยู่ในเรื่องราวความผูกพันระหว่างพ่อกับลูก ซึ่งต้องยอมรับว่าความสำเร็จของศิลปินหลายๆ คนจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากปราศจากผู้เป็นพ่อที่อยู่เบื้องหลัง แม้ต้องอาบไปด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตาแต่ก็สู้เพื่อให้ลูกของตนได้สร้างความสุขให้กับสังคม เรื่องราวหลังม่านความสำเร็จนั้น บางทีก็น่าประทับใจยิ่งกว่าหน้าเวทีเสียอีก

“เสาร์พิเศษ” ฉบับนี้จึงนำเสนอเรื่องราวของพ่อลูกคู่หนึ่ง ก็คือ ออน ธนียา ศิลปินสาวที่ถูกกล่าวขานกันในวงการว่า เป็นศิลปินติดพ่อเพราะไม่ว่าจะไปแสดงที่ไหนต้องมี ชวน เจริญสุข ผู้เป็นพ่อเคียงข้างไปด้วย เป็นภาพแห่งความรักความผูกพันระหว่างพ่อกับลูกที่แน่นแฟ้น

ออน ธนียา ชื่อจริง ธนียา เจริญสุข ศิลปินสาวเสียงดีมีเอกลักษณ์ เจ้าของเพลงอย่ารักในวัยเรียน, แอร์โรบิคแดนซ์, ฝันเห็นงู และ บ่ต้องเลย ซึ่งหลายคนอาจคุ้นหูกันบ้างแล้วจากสถานีวิทยุ และ ขณะนี้กำลังเตรียมซิงเกิลใหม่อยู่ ซึ่งคาดว่าไม่นานนี้จะได้ยินเสียงเพราะๆ จากศิลปินสาวคนนี้

ด้าน ชวน เจริญสุข พ่อของ ออน ธนียา เล่าถึงประวัติของครอบครัวว่าเดิมเป็นคนอุทัยธานีประกอบอาชีพชาวนาแต่ขาดทุนจึงเดินทางไปเสี่ยงโชคที่กรุงเทพฯ ด้วยความมานุอุตสาหะ หนักเอาเบาสู้ทำทุกอย่างโดยไม่เลือกงานแม้ว่าจะได้รับหน้าที่เป็นกรรมกร แต่ก็ทำทุกอย่างที่ขวางหน้าไม่ว่าจะเป็นงานไม้, งานปูน หรืองานกระเบื้อง จนเข้าตาคนคุมงานและได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นไปเรื่อยๆ จนได้เป็นหัวหน้าสตาร์ฟ ต้องตะลอนไปคุมงานยังที่ต่างๆ เมื่อมีวันหยุดก็จะกลับบ้านไปหาครอบครัว ซึ่งขณะนั้น ออน ธนียา ยังเป็นเด็ก เมื่อเห็นพ่อกลับมาก็มักจะเปรยว่าทำไมไม่ค่อยได้อยู่ด้วยกัน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ตนยกเลิกงานทั้งหมดที่ทำอยู่ แม้ว่าหน้าที่การงานขณะนั้นกำลังก้าวหน้าเพราะกำลังจะได้รับตำแหน่งในการดูแลงานที่ต่างประเทศ แต่ก็ตัดสินใจเลือกที่จะอยู่กับครอบครัว

ประมาณปี 2535 ก็เดินทางมาที่เชียงใหม่และย้าย ออน ธนียา มาเรียนประจำที่เชียงใหม่ในระดับชั้น ป.4 จากนั้นก็เริ่มต้นทำธุรกิจจนกระทั่งได้มารับช่วงทำร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านสันทรายและบริหารจนกลายเป็นที่รู้จัก ซึ่งที่นี่เองเป็นเวทีเริ่มต้นให้กับ ออน ธนียา ในการร้องเพลง

ในช่วงที่ ออน ธนียา ร้องเพลงที่ร้านก็เริ่มเข้าตา .ศรรักษ์ ศักดิ์ศรี จึงลองมาฟังและก็ได้ร่วมงานกันในที่สุด โดยได้แต่งเพลงให้กับออน ธนียา และจับคู่กับ เดี่ยว ชาคริต ออกเป็นอัลบั้มชื่อ หวานเปรี้ยว เดี่ยวออน ซึ่งก็ได้รับการตอบที่ดีและทำให้เริ่มที่รู้จัก จากนั้นก็มีอัลบั้มเต็มของตัวเองซึ่งมีเพลงครบพร้อมออก แต่ยังรอจังหวะที่เหมาะสมอยู่ประกอบกับเป็นช่วงที่ตนต้องลงกรุงเทพฯ 2 ปี เพื่อไปเรียนการแสดงที่โรงเรียนการแสดง เพิ่มทักษะด้านการแสดงประกอบการแสดงหรือร้องเพลงให้ดียิ่งขึ้น

ชวน เจริญสุข กล่าวว่าสิ่งที่ต้องการจากลูกสาวหรือ ออน ธนียา ก็คือนำความสำเร็จและชื่อเสียงมาเป็นของขวัญให้กับพ่อ ไม่ได้หมายความว่าต้องให้เด่นให้ดังเป็นซุปเปอร์สตาร์ แต่เมื่อลูกสาวเลือกเดินเส้นทางนี้สิ่งที่ตนจะผลักดันได้ก็คือสร้างจุดยืนให้กับลูกสาวเพื่อเป็นแรงส่งให้สามารถก้าวไปได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากไม่สามารถไปสู่จุดที่ฝันได้ก็สอนลูกเสมอให้ยอมรับความจริง และพร้อมเสมอที่จะช่วยเหลือในทุกด้านไม่ว่าลูกสาวต้องการจะทำอะไรก็ตาม จะบอกกับลูกตลอดว่า “พ่ออยู่ตรงนี้” หากทำอะไรแล้วมีปัญหาให้โทรศัพท์มาบอก

เหตุการณ์ที่น่าประทับใจเมื่อไปส่งลูกสาวร้องเพลง ตนมักจะลงไปในกลุ่มของผู้ฟังเพื่อดูการแสดงของลูกสาวซึ่งไม่มีใครรู้จักตน ก็มักจะได้ยินคำชมเกี่ยวกับลูกสาวเสมอว่ามีความน่ารัก และร้องเพลงเพราะ หรือบางครั้งแค่จอดรถแล้วลงไปข้างเวทีก็จะมีแฟนคลับที่มารอขอเข้าไปถ่ายรูปด้วย สิ่งเหล่านี้ก็เป็นภาพที่สร้างความสุขให้กับตนเป็นอย่างมาก แม้ว่าปัจจุบันจะไม่ใช่ศิลปินที่มีชื่อเสียงแต่ก็ยังมีกลุ่มแฟนคลับที่เหนียวแน่นพอสมควร เชื่อแน่ว่าหากสู้ต่อไป และพยายามออกผลงานมาเรื่อยๆ สักวันความฝันคงไม่ไกลเกินจริง

ชวน เจริญสุข ล่าวต่อว่าหลายครั้งก็มีคนมาติงว่าทำไมต้องให้ลูกสาวไปทนลำบาก เพราะการเป็นศิลปินนักร้องไม่ใช่เรื่องง่ายต้องเดินทางไปแสดงตลอดเวลาไม่ว่าฝนจะตกแดดจะออกเมื่อรับงานแล้วก็ต้องไป ซึ่งตนเองก็ยอมรับว่าบางครั้งก็สงสารลูกสาวเหมือนกัน แต่เมื่อเป็นความฝันของลูกตนก็พร้อมจะสู้เคียงข้างไปด้วยดังนั้นจึงเป็นสาเหตุที่ต้องเดินทางไปด้วยทุกครั้ง อย่างน้อยก็ไปเป็นกำลังใจให้กับลูกสาว

หลายคนอาจมองว่ “หวงลูกสาว” แต่ในมุมมองของตนคิดว่า “เป็นการทำหน้าที่ของพ่อ” เท่านั้น และให้อิสระในการคิดแก่ลูกสาวทุกด้านไม่เคยชี้นำหรือบังคับ หลายครั้งที่พาครอบครัวไปเที่ยวแล้วเห็นภาพไม่สวยไม่งามก็จะให้ลูกได้เห็นแล้วจะชี้แนะและให้ทัศนะที่ถูกต้องแก่ลูก ยิ่งในโลกแห่งวงการบันเทิงมีอะไรอีกมากมายที่จะต้องเรียนรู้ดังนั้นตนจึงวางรากฐานทางความคิดที่ถูกต้องให้แก่ลูก และเชื่อว่าสักวันหนึ่งที่ต้องเดินไปเองตามลำพังสิ่งที่ปลูกฝังนั้นจะกลายเป็นเกราะป้องกันตัวลูกสาวไปเอง

สิ่งที่สอนให้ลูกตลอดเวลาคือ “การรักษาคำพูด” เพราะมองว่าการหาเงินหาทองไม่ใช่เรื่องยาก แต่หากผิดคำพูดหรือทำให้เสียสัจวาจาต่อให้มีเงินเท่าไหร่ก็ซื้อคืนไม่ได้ และยังจะเป็นชนักปักหลังส่งผลไปยังลูกหลานให้ด่างพร้อยไม่รู้จ เรื่องอื่นๆ ที่สอนก็คือคิดแล้วทำอย่าผัดวันประกันพรุ่ง โดยเฉพาะเรื่องการตรงเวลาต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษ

ออน ธนียา กล่าวถึงพ่อว่ารู้สึกประทับใจในทุกด้าน เหมือนเป็นแรงผลักดันให้ตนเองสู้แม้ว่าปัจจุบันนี้แม้จะยังไม่ได้อย่างที่ใจฝันแต่ก็เพียงพอแล้วสำหรับศิลปินคนหนึ่งที่สู้เคียงข้างพ่อ มีหลายครั้งที่พ่อไม่สบายนอนซมแต่เมื่อลูกต้องไปแสดงก็หอบสังขารนอนในรถไปด้วย หรือ ครั้งหนึ่งพ่อต้องไปทำงานที่อุทัยธานีเมื่อรู้ว่าลูกมีงานด่วนก็รีบกลับมาส่งลูกเสร็จก็บึ่งรถกลับไปทำงานต่ออีกและอีกหลายเหตุการณ์ที่ทำให้รู้ว่าตนไม่ได้สู้เพียงลำพัง ตนรู้สึกโชคดีที่มีพ่อที่เข้าใจลูกและให้กำลังใจตนเองเสมอ

เร็วๆ นี้อาจจะมีข่าวดีให้กับแฟนคลับที่ติดตามผลงานอยู่ เพราะขณะนี้
ออน ธนียา
กำลังเตรียมอัลบั้มต่อไปซึ่งคาดว่าจะเสร็จในเร็วๆ นี้ ส่วนใครที่คิดถึงและอยากติดตามผลงานสามารถกดไลค์ทางเฟซบุ๊กที่ชื่อ “น้องออน” หรือเบอร์โทร.082-8977512 ช่วยกันสนับสนุนเพื่อเป็นแรงใจให้กับศิลปินในการก้าวไปสู่เวทีระดับประเทศ ไม่แน่ในอนาคตอาจมีชื่อของ ออน ธนียา ในทำเนียบศิลปินดังที่มาจากเชียงใหม่ก็เป็นได้.