หน้าหลัก » เสาร์พิเศษ

38 ปีไทยนิวส์ ฝ่ายุควิกฤติ “สามัคคีไว้…ไทยด้วยกัน”

Author by 3/08/07No Comments »

สมัยนั้นการออกหนังสือพิมพ์เป็นเรื่องยาก เนื่องจากอยู่ในช่วงการปฏิวัติและร่างรัฐธรรมนูญยังไม่เสร็จ แต่พอมีรัฐธรรมนูญประกาศใช้และจัดให้มีการเลือกตั้ง พ.ศ. 2512 อำนาจก็ยังอยู่ในอุ้งมือของทหาร การอนุญาตเปิดหนังสือพิมพ์ใหม่ไม่มี นอกจากการกำชับเจ้าพนักงานการพิมพ์ให้ควบคุมหนังสือพิมพ์ที่มีอยู่อย่างเข้มงวด

สำนักงานแห่งแรกของ “ไทยนิวส์” ตั้งอยู่หัวถนนช้างม่อย อ.เมือง เชียงใหม่ ใกล้กับร้านสุโข (ตีเหล็ก) ภายใต้ชื่อ “หนังสือพิมพ์โยนก ยุค ไทยนิวส์” แล้วจึงค่อยๆ พิมพ์คำว่า “โยนก” ตัวเล็กลงเรื่อยๆ จนกระทั่งลบเลือนหายไปเหลือแต่คำ “ไทยนิวส์” ตามรูปแบบและเอกลักษณ์ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน

เหตุผลที่ตั้งชื่อนี้ นายบรรจบ ลิ้มจรูญ เล่าว่าเพื่อเป็นการล้างอาถรรพณ์ของวงการหนังสือพิมพ์ภูธร ซึ่งส่วนใหญ่เปิดตัวได้ไม่นานก็ต้องหยุดกิจการ หรือไม่ก็ล้มลุกคลุกคลานอยู่อย่างยากลำบาก จึงคิดแก้เคล็ดด้วยการเอาชื่อหนังสือพิมพ์ส่วนกลาง 2 ฉบับที่มีสถิติการจำหน่ายในท้องตลาดสูง คือ “ไทยรัฐ” และ “เดลินิวส์” มาผสมคำกันได้ชื่อเป็น “ไทยนิวส์”

เมื่อเปิดดำเนินการ “ไทยนิวส์” หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นได้ฟันฝ่าต่อสู้อุปสรรคหลากหลาย กล่าวได้ว่าเป็นทั้งตำนานและประวัติศาสตร์หนึ่งของภาคเหนือ โดยเฉพาะจังหวัดเชียงใหม่ อันเป็นที่ตั้งของ “ไทยนิวส์” ที่มีประชาชนรู้จักมักคุ้น และได้ใช้บริการมากที่สุด กว่าที่ “ไทยนิวส์” จะผงาดขึ้นมาอยู่ในบรรพพิภพอันยิ่งใหญ่ระดับแนวหน้าของภูมิภาคได้ มีการต่อสู้ฝ่าฟันอุปสรรค์มาอย่างทรหดอดทน

ต้องบันทึกไว้ว่า เป็นเพราะความสามารถ บวกกับพลังอันเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยวของนักต่อสู้ที่มีชื่อว่า “บรรจบ ลิ้มจรูญ” กับคู่ชีวิตที่เพิ่งจากไปเมื่อปีที่แล้ว คือ “ประพิณ ลิ้มจรูญ” โดยได้รับความช่วยเหลือ สนับสนุนจากนักธุรกิจ พ่อค้า และภาคราชการเป็นอย่างดี ทำให้หนังสือพิมพ์เติบโตขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะสวนกระแสของวิกฤตต่างๆ บางวิกฤตนั้นรุนแรงถึงขั้นจะอยู่หรือจะไป เพียงการตัดสินใจผิดพลาดเล็กน้อยเท่านั้น

นอกจากผู้มีอุปการคุณต่อ “ไทยนิวส์” ที่สืบทอดมาถึงรุ่นลูกนี้ต่างพึงจดจำและรำลึกตลอดเวลาแล้ว ทีมงานอันแข็งแกร่งของไทยนิวส์ ประกอบด้วยกันสามฝ่าย คือกองบรรณาธิการ กองจัดการ และกองการผลิต ต่างก็ทุ่มเทกำลังความรู้ความสามารถ และความเสียสละอย่างสูง ช่วยกันผลักดันให้ “ไทยนิวส์” มายืนอยู่แถวหน้าสุดได้ โดยยึดมั่นในจรรยาบรรณและวิชาชีพอย่างไม่ท้อถอย มีเป้าหมายทำ “ไทยนิวส์” ให้เป็นหนังสือพิมพ์คุณภาพ เป็นที่พึ่งของประชาชน และยืนเคียงบ่าเคียงไหล่ประชาชนในทุกเมื่อ

จากยุคเริ่มต้น ตีพิมพ์วันละพันฉบับขึ้นมาเป็นวันละหลายหมื่นฉบับ เปลี่ยนจากระบบเล็ตเตอร์เพรส เป็นระบบออฟเซ็ทใน พ.ศ. 2520 ย้ายสถานที่ตั้งจากช้างม่อย มาถนนสามล้าน (เยื้องวัดหมื่นเงินกอง) และต่อมาปักหลักอยู่ ณ สถานที่ปัจจุบัน พร้อมปรับระบบการพิมพ์ใหม่ด้วยคอมพิวเตอร์ และเครื่องพิมพ์ 4 สี ทั้งหลายเหล่านี้ล้วนต้องลงทุนด้วยมูลค่านับร้อยล้านบาท ไม่รวมกับวัสดุสิ้นเปลืองอีกมากมาย นับแต่วันเปิดกิจการจนถึงวันที่มีอายุย่างเข้าปีที่ 38 “ไทยนิวส์” ไม่เคยหยุดตีพิมพ์แม้แต่วันเดียว

นี่เองสะท้อนถึงความสำเร็จตามความประสงค์ของผู้ก่อตั้งไทยนิวส์ ผอ.บรรจบ-ประพิณ ลิ้มจรูญ ซึ่งได้สรรสร้างหนังสือพิมพ์รายวันภูธรขึ้นมาฉบับหนึ่งจากเล็กๆ จำหน่ายเพียง 2 จังหวัดใน เชียงใหม่กับลำพูน ได้ก้าวกระโดดไปสู่ทั่ว 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน กับอีก 4 จังหวัดภาคเหนือตอนล่าง และขยายตลาดไปสู่กรุงเทพมหานคร พร้อมทั้งเปิดเว็บไซต์ www.thainews70.com ให้คนทั่วโลกสามารถเปิดอ่านไทยนิวส์ได้ตลอดเวลา เรียกว่าจนกระทั่ง พ.ศ.นี้ไม่มีใครไม่รู้จัก “ไทยนิวส์”

ถาม “นายมนต์ชัย เทศะแพทย์” ผู้รับมรดก “ไทยนิวส์” มาดูแล ได้อรรถาธิบายว่า เมื่อใครๆ รู้จักไทยนิวส์ดีแล้ว ชาวไทยนิวส์ก็ต้องรู้จักความเป็น “ไทยนิวส์” ให้ลึกซึ้งด้วย เพราะไทยนิวส์ มิใช่หนังสือพิมพ์ของใครคนใดคนหนึ่ง หากแต่เป็นหนังสือพิมพ์ของประชาชน เป็นที่รู้จัก เป็นที่พึ่งพิง และไว้ใจได้ เมื่อใดก็ตามที่ประชาชนไม่ไว้วางใจ และยังเคลือบแคลงสงสัยแล้ว เราจะทำหนังสือพิมพ์เพื่อใคร ประเด็นนี้ ที่ ผอ.บรรจบ ลิ้มจรูญ สั่งนักสั่งหนาให้ยึดมั่นอย่างเหนียวแน่น

บก.มนต์ชัย กล่าวว่า สังคมวันนี้มีปัญหา มีวิกฤตและวิวาทะกันไปหมด ตั้งแต่ระดับครอบครัวขึ้นไปจนถึงประเทศชาติ เมื่อปีที่แล้วไทยนิวส์ครบ 37 ปี ได้อัญเชิญพระบรมราโชวาท ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมาใส่ไว้บนหัวหนังสือพิมพ์ และติดป้ายขนาดใหญ่ไว้ในโรงพิมพ์มีข้อความตอนหนึ่ง “คนไทยเราที่รักษาเอกราชอธิปไตยไว้ได้ ก็โดยอาศัยการที่รู้รักสามัคคี และรู้จักทำหน้าที่ของแต่ละฝ่ายให้ประสาน ส่งเสริมกัน รู้คือทราบ ทราบความหมายของสามัคคี รักคือนิยม นิยมสามัคคี” เป็นการเตือนสติในฐานะสื่อที่ห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมือง

“ปีนี้ไทยนิวส์ อัญเชิญพระราชดำรัสคว่า ความสามัคคี คือหันหน้าเข้าหากิน ไม่ใช่เผชิญหน้ากัน ไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร แล้วจะแก้ปัญหาอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วใครจะชนะ ไม่มีทาง อันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้ คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ…”

โดยมีคำขวัญบนจั่วหัวไทยนิวส์ “สามัคคีไว้ ไทยด้วยกัน” เพื่อเตือนสติให้สังคมนึกถึง “ทางออก” ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้ แทนที่การวิวาทะไม่จบสิ้น และนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น ส่งผลกระทบต่อประชาชน และประเทศชาติทุกด้าน บก.มนต์ชัย เทศะแพทย์ เห็นว่าถึงเวลาที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันรณรงค์เรื่องความสามัคคี ดังพระราชดำรัสของในหลวง ให้เกิดผลปฏิบัติเป็นรูปธรรมขึ้น และในฐานะ “ไทยนิวส์” เป็นหนังสือพิมพ์แนวหน้าสุดของภาคเหนือ ได้ดำเนินการมาตลอดเวลาหลายปีแล้ว

นอกจากติง “ผู้ใหญ่” ให้หันหน้าเข้าหากัน “ไทยนิวส์” ยังปลูกฝังและส่งเสริมเยาวชนให้เป็นคนดีมีความคิดอ่าน เพื่อบ้านเพื่อเมืองด้วยการเปิดหนังสือพิมพ์ Child’s Thainews และเพิ่มอีกฉบับ Futur Thainews สอดแทรกอยู่ใน “ไทยนิวส์” สมนาคุณต่อผู้อ่าน ได้ทราบถึงความรู้สึกนึกคิดของคนรุ่นใหม่ รุ่นที่จะเป็นผู้ใหญ่ในอนาคตเพื่อรับภาระดูแลบ้านเมืองต่อไป

“ไทยนิวส์” พ.ศ. 2550 ในยุควิกฤตแห่งความขัดแย้ง จึงเพียรพยายามเชื่อมประสานความสมานสามัคคี ในชาติโดยเรียกร้องให้ยึดมั่นตามพระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ซึ่งเป็นที่พึ่งและศูนย์รวมแห่งศรัทธาของคนไทยยามนี้ให้แน่วแน่ เพื่อสังคมไทยจะได้กลับคืนสู่ปกติสุขโดยเร็ว…

ขอย้ำคำขวัญ “สามัคคีไว้… ไทยด้วยกัน” อีกครั้ง คำนี้มีความหมายลึกซึ้ง หากคำนึงว่าบนโลกใบนี้ยังมีชนชาติอื่นๆอยู่ด้วยกันอีกมหาศาล ทั้งพื้นที่ก็กว้างขวางใหญ่โตเปรียบไปแล้วคนไทยมีเพียงนิดเดียว แล้วทำไมถึงไม่รู้รักสามัคคี ดีแต่จะกัดกันเล่า ?

บุณย์ มหาฤทธิ์ / รายงาน