หน้าหลัก » ไม่มีหมวดหมู่

รื้อโดมดอยสุเทพแล้ว

Author by 9/06/14No Comments »

เคาะสนิม180          ในที่สุด คณะกรรมการพัฒนาวัดพระธาตุดอยสุเทพฯ ก็มีมติให้รื้อโดมยอมแหลมแบบชฎาของหลังคาหอชมวิวลงมาทั้งหมดแล้ว โดยจะเปิดเป็นลานดาดฟ้า จะติดหลังคาใสเฉพาะในกรอบสี่เหลี่ยมกึ่งกลาง เพื่อคุ้มแดดคุ้มฝนให้นักท่องเที่ยวได้ชมวิวในเวลาฝนตกเท่านั้น

อาจารย์วัลลภ นามวงศ์พรหม กรรมการประชาสัมพันธ์วัดพระธาตุดอยสุเทพชี้แจงว่า เพราะกระแสวิพากษ์วิจารณ์การก่อสร้างอาคารหอชมวิว ห้องสมุด และพิพิธภัณฑ์ของวัดพระธาตุดอยสุเทพ ซึ่งส่วนปลายยอดโดมแหลมแบบปลายชฎา เป็นที่หวั่นเกรงจะบดบังพระบรมธาตุดอยสุเทพนั้น

พระเทพวรสิทธาจารย์ รองเจ้าคณะภาค 7 เจ้าอาวาสวัดพระธาตุดอยสุเทพ พร้อมด้วยคณะกรรมการพัฒนาวัดฯ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานศิลปากรที่ 8 เชียงใหม่ ได้ตรวจรับงานการปรับปรุงหลังคาศาลารายรอบพระบรมธาตุ ซึ่งเป็นไปตามแบบและข้อกำหนดของกรมศิลปากร จากนั้นคณะได้ตรวจสอบอาคารหอชมวิว ห้องสมุดและพิพิธภัณฑ์ ที่ปรับปรุงจากห้องสมุดเดิมของวัดเป็นสถานที่ต้อนรับนักท่องเที่ยว เพื่อชมวิวเมืองเชียงใหม่ จากเดิมมีแต่ลานชมวิวอีกด้านหนึ่งที่ไม่มีหลังคา ซึ่งเมื่อฝนตกทำให้ไม่สามารถชมทัศนียภาพของเมืองได้

          จากเดิมที่จะนำธรรมาสน์ทรงสูงอายุกว่าร้อยปีมาตั้งบนชั้น 4 แต่เมื่อมีการท้วงติงดังกล่าว คณะกรรมการจึงเห็นพ้องกันว่า เพื่อให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจ จึงได้รื้อโดมชฎาออก และจะไม่นำธรรมาสน์มาตั้งอีก กับให้สถาปนิกออกแบบใหม่โดยมีเจ้าหน้าที่กรมศิลปากรมาให้คำแนะนำ โดยเปิดหลังคาเป็นลานโล่งเหมือนดาดฟ้า ส่วนที่เป็นหลังคาก็จะเป็นแผ่นใสสามารถกันฝนได้เท่านั้น เมื่อตัดยอดโดมออกทั้งหมด ก็จะเป็นลานชมวิวอีกจุดหนึ่ง แต่บางส่วนมีหลังคาเหมือนศาลาโปร่งแสง และตั้งแต่ชั้นสามลงไปยังเป็นห้องรับรอง VIP และห้องสมุดเหมือนเดิม…

สำหรับกลุ่มประชาชนที่คัดค้าน และเรียกร้องให้รื้อถอนโดมชฎาที่บดบังพระบรมธาตุ ต่างแสดงความพอใจ ผ่านในโซเซียลเน็ตเวิร์ค บางคนเสนอให้คณะกรรมการวัดพระธาตุดอยสุเทพ ประชุมรับฟังความคิดเห็นประชาชน หากทางวัดจะสร้างถาวรวัตถุใด ๆ เพราะเห็นว่าวัดพระธาตุดอยสุเทพ เป็นศูนย์รวมทางจิตใจของพุทธศาสนิกชน

          เป็นอันว่าจบเรื่องกันไปที เพราะตอนที่มีผู้ไม่เห็นด้วยมากขึ้น ๆ พากันแชร์ไปในสังคมออนไลน์มากมาย บางคนไม่เคยขึ้นไปดูข้อเท็จจริงก็มโนนึกไปต่าง ๆ นานา บางคนใส่ไข่ใส่นมเข้าไปใหญ่ ที่กลัวเป็นบาปเป็นกรรมเห็นจะเป็นการกล่าวหาว่าโจมตีหลวงพ่ออย่างรุนแรง เป็นต้น ต้องยอมรับยุคนี้การออกความคิดเห็นผ่านสื่อส่วนตัว โดยปรากฏชื่อบ้างไม่ปรากฏบ้าง หากผิดพลาดมา ก็ไม่รับผิดชอบมีมากเหลือเกินครับ.